เอื้ออารี วจีไพเราะ สงเคราะห์มวลชน วางตนเสมอสมาน

เก็บคำทั้ง 4 คำนี้มาจากบทความของท่าน ว. วชิรเมธี ซึ่งท่านได้แนะนำให้ผู้ที่เขียนคำถามเกี่ยวกับการวางตัวในที่ทำงาน โดยให้ลองปรับตัวให้มีมนุษยสัมพันธ์มากกว่าเดิม ปรับตามแนวทางสร้างมนุษยสัมพันธ์ตามสูตรของพระพุทธเจ้า 4 ประการ คือ เอื้ออารี วจีไพเราะ สงเคราะห์มวลชน วางตนเสมอสมาน  ขอสรุปความจากคำตอบของท่าน ว. วชิรเมธี ดังนี้

“หากเรามีขนมอยู่ในมือชิ้นหนึ่ง เรากินคนเดียวก็อิ่มแค่มื้อเดียว แต่หากแบ่งให้เพื่อนขนมชิ้นนั้นจะอิ่มอยู่ในใจเพื่อนไปตลอดกาล”  คำกล่าวของท่านพุทธทาส นี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้

เอื้ออารี เป็นการฝึกเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมได้รับการให้ตอบ  การให้คือ การเชื่อมไมตรีที่มีผลต่อสัมพันธภาพดีเยี่ยม เราเคยอาจจะหยิบยื่นให้ใครสักคนหนึ่งโดยไม่หวังผลด้วยซ้ำ แต่บางทีหนึ่งครั้งที่หยิบยื่นออกไปนั้นติดอยู่ในใจของผู้รับตราบนานเท่านาน

วจีไพเราะ หมายถึง การเป็นคนพูดจาน่ารับฟัง มีวาทศิลป์ในการพูด รู้จักว่าเมื่อไรควรพูด เมื่อไรจะนิ่ง เมื่อไรควรพูดเล่น เมื่อไรควรพูดจริง หากคุณไม่ค่อยพูด ก็ลองบอกตัวเองใหม่ว่า ธรรมชาติสร้างปากมาไม่เฉพาะแต่ใช้รับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังสร้างมาให้เรารู้จักการพูดจาอย่างมีวาทศิลป์อีกด้วย

สงเคราะห์มวลชน หมายถึง การเป็นคนมีอัธยาศัยไมตรีอันดีเข้ากับคนส่วนใหญ่ได้ เห็นใครทำอะไรแล้วไม่นิ่งเฉย  เข้ามาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนมนุษย์ พูดง่ายๆ คือ ไม่เห็นแก่ตัว

วางตนเสมอสมาน หมายถึง การปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างปกติเหมือนกับวลีที่ มักจะได้ยินกันบ่อย “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน” ถ้าไม่พายเรือเหมือนคนอื่น ก็คงเป็นคนแปลกแยก ก็ไม่ควรไปนั่งในเรือพาย ซึ่งต้องการความร่วมมือร่วมใจมากกว่า

แหล่งที่มา:  Secret. 1, 23 (10 มิถุนายน 52) : 88-89