50 ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่น่าอัศจรรย์ (Amazing) ที่สุดในโลก

มีการรวบรวมห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในโลก จำนวน 50 แห่ง โดยเป็นของสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ มีหลายรัฐติด 1 ใน 50 แห่งนี้ด้วย นอกนั้นจะมี สหราชอาณาจักร  สเปน เยอรมัน และอียิปต์ ที่มีจำนวน 2-3 แห่ง ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา เม็กซิโก  และในฝั่งยุโรป ได้แก่ ไอร์แลนด์ อิตาลี ฟินแลนด์  ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม  โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ ฮังการี กานา ในเอเชีย มีญี่ปุ่น และ มาเลเซีย ติดมาประเทศละ 1 แห่ง ห้องสมุดทั้ง 50 แห่ง ได้แก่

Continue reading

Overview of Information Literacy Resources Worldwide

United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) หรือ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)  ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการสร้างความตระหนักในการเรียนรู้ การรู้สารสนเทศ (Information Literacy – IL) ได้จัดทำหรือรวบรวมสารสนเทศสำคัญทาง IL ขึ้นจากแหล่งสารสนเทศ IL ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก  ภายใต้ชื่อว่า “Overview of Information Literacy Resources Worldwide” ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการศึกษา การวิจัย และเป็นการสร้างความตระหนักให้เกิดกับคนทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลาย พื้นฐานและเชื้อชาติ ท่านที่สนใจติดตามอ่านได้ที่
http://www.unesco.org/new/fileadmin/MULTIMEDIA/HQ/CI/CI/pdf/news/overview_info_lit_resources.pdf

ตัวแทนเอกสาร (Document surrogate)

คำว่า ตัวแทนเอกสาร (Document surrogate) สามารถให้คำอธิบายได้ 2 แนวทาง [1] กล่าวคือ

ในความหมายทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง การแปลงผันหรือดิจิไทซ์รูปแบบของเอกสารหรือวัตถุเพื่อแทนที่เอกสารต้นฉบับ

ในความหมายทางสารสนเทศ หมายถึง การสร้างตัวแทนของเอกสารในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อมูลทางบรรณานุกรม เพื่อเป็นตัวแทนของเอกสาร กล่าวคือ ถ้าเป็นหนังสือ ตัวแทนเอกสารทางบรรณานุกรมจะประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ หัวเรื่อง คำสำคัญ ฯลฯ อ่านรายละเอียดของบทความ

แนะนำแหล่งสารสนเทศทาง Business Continuity

หลังจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในประเทศไทย ปี 2554 หลายภาคส่วนได้รับผลกระทบ ทั้งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ น้ำท่วม หรือได้รับผลกระทบโดยอ้อม น้ำไม่ท่วม แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ เนื่องจาก บุคลากรได้รับผลกระทบไม่สามารถมาทำงาน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประกอบการในการส่งวัตถุดิบ โรงงานถูกน้ำท่วม ไม่สามารถผลิตหรือส่งวัตถุดิบมาให้ดำเนินการต่อได้ ทำให้หน่วยงานต่างๆ ตื่นตัวในการวางแผนการรับมือถ้าจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อันจะทำให้ธุรกิจหรือกิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงักไป คำว่า BCP หรือ Business Continuity Planning จึงได้เป็นคำที่ฮิตติดหูกันในหน่วยงานต่างๆ ก่อนจะทำ BCP คงต้องเรียนรู้ก่อนว่า คืออะไร ลองศึกษาด้วยตัวคุณเอง เพื่อเตรียมตัวก่อนการอบรมหรือเพิ่มเติมความรู้หลังจากอบรม

ถ้าจะค้นหาเกี่ยวกับเรื่อง BCP คำค้นเหล่านี้ จะช่วยคุณได้

  • Business Continuity
  • Business Planning
  • Contingencies
  • Crisis Management
  • Disaster Planning
  • Disaster Recovery
  • Emergency Plans
  • Information Technology
  • Insurance
  • Resilience
  • Risk Assessment
  • Risk Managementตัวอย่างของคำค้นและเลขหมู่ (ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นระบบทศนิยมดิวอี้) ในห้องสมุด คุณสามารถใช้เลขหมู่ดังกล่าว หยิบหนังสือที่อยู่ภายใต้เลขหมู่เดียวกันได้อีกมากมาย

Business Continuity
658.155 Management of income and expenses
658.4012 Planning and policy making
658.47 Business security and intelligence
658.477 Protection against fire and other disasters

Crisis Management
658.4056 Crisis Management
303.625 Terrorism

Insurance
368 Insurance
368.122 Disaster

Information Technology
658.478 Computer security

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ:

วารสารที่น่าสนใจ

  • CIO
  • The Business Continuity Journal
  • Disaster Recovery Journal http://www.drj.com
  • International Journal of Contingencies and Crisis Management
  • International Journal of Critical Infrastructure
  • Journal of Business Continuity and Emergency Planning
  • Risk Management Magazine

แต่ถ้าเป็นภาษาไทย มีการใช้คำว่า การวางแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ การวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยแปลจาก Business Continuity Planning แต่ก็ยังมิได้มีการกำหนดใช้เป็นคำค้น (ศัพท์ควบคุม/ศัพท์บังคับ) คงต้องใช้คำค้นโดยเทียบเคียงจากภาษาอังกฤษดังกล่าวข้างต้น ซึ่ง BCP จัดอยู่ในกลุ่มคำค้นดังกล่าว

ตัวอย่างหนังสือ:

Thailand. Ministry of Public Health. Self-learning guide for business continuity plan (BCP) for pandemic influenza preparedness plan 2009. Nonthaburi : Ministry of Public Health, 2010.

Fagel, Michael J. ed. Principles of emergency management and emergency operations centers (EOC). Boca Raton, FL : CRC Press, 2011.

Bowman, Ronald H. Business continuity planning for data centers and systems : a strategic implementation guide. Hoboken, N.J. : John Wiley & Sons, 2008.

Gallagher, Michael. Business continuity management : how to protect your company from danger. London : Prentice Hall, 2003.

Doughty, Ken, ed. Business continuity planning : protecting your organization’s life. Boca Raton : Auerbach, 2001.

Dube, D. P. and Gulait, V. P. Information system audit and assurance. New Delhi : Tata McGraw-Hill, 2005.

ภากร วนัปติกุล. การจัดทำแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business continuity planning in Thai commercial banks). กรุงเทพฯ : วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, 2551.

แต่เรื่อง เอสซีจี โมเดล : ถอดบทเรียนกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติมหาอุทกภัย ก็น่าสนใจเพราะนำ BCP ที่ทำไว้มาปฏิบัติจริง

ศัพท์บังคับ

ศัพท์บังคับหรือศัพท์ควบคุม (Controlled vocabulary) หมาย ถึง การกำหนดให้คำศัพท์คำหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมคำศัพท์หลายคำที่มีความหมายอย่าง เดียวกัน เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐาน ลดความกำกวม เป็นช่องทางหนึ่งในการจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงเนื้อหาหรือช่วยในการสืบค้นให้มีประสิทธิภาพ กล่าวคือ คำศัพท์บังคับคำเดียวสามารถเข้าถึงเอกสารได้จำนวนมาก แม้ว่าจะเอกสารนั้นจะเขียนด้วยศัพท์ภาษาที่แตกต่างกัน การใช้ศัพท์บังคับหรือศัพท์ควบคุมนี้ เป็นการใช้ภาษาดรรชนี (Indexing language) ซึ่งแตกต่างจากภาษาหรือคำที่ผู้เขียนกำหนดขึ้นเอง ซึ่งเรียกว่า ภาษาธรรมชาติ (Natural language) ซึ่งมักจะปรากฏให้เห็นว่า มีคำเกิดขึ้นที่หลากหลาย ไม่เป็นแบบแผนเดียวกัน คำศัพท์บังคับ/ศัพท์ควบคุม ถูกใช้ในการกำหนดเป็นหัวเรื่อง ศัพท์สัมพันธ์ (อรรถาภิธาน) แทกโซโนมี ฯลฯ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของบทความคำศัพท์ควบคุม

การเก็บบันทึกถาวร

การเก็บรักษา หรือการสงวนรักษา (preservation) ของสิ่งพิมพ์หรือเนื้อหาสาระในลักษณะที่เป็นการถาวรหรือยู่ในรูปของบันทึกถาวร (archive) ขึ้น อยู่กับสื่อที่ใช้ในการแพร่กระจายเนื้อหาของสิ่งพิมพ์ นับแต่อดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจะใช้กระดาษที่ผ่านกรรมวิธีขจัดปริมาณ ของกรด เพื่อให้กระดาษไม่ย่อยสลายตัวเอง ทำให้มีอายุทนนาน เหมาะสมต่อการเก็บในลักษณะที่ถาวร ประกอบกับไม่มีปัญหาในเรื่องสิทธิ์การใช้งาน ทำให้องค์กรอิสระอย่างห้องสมุด และร้านจำหน่ายหนังสือ สามารถเป็นเจ้าของตัวเล่มของสื่อที่เป็นกระดาษได้ และทำให้สามารถจัดเก็บสาระต่างๆ ในระยะยาวไว้ในห้องสมุดต่างๆ ได้ แต่เทคโนโลยีของเครือข่ายที่พัฒนาแพร่หลายไปมากในปลายศตวรรษที่ 20 ทำ ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทอย่างสูง ในการเป็นสื่อกลางในการผลิต การเก็บ และการแพร่กระจายของเนื้อหาสาระที่พัฒนามาอยู่ในรูปของดิจิทัล ซี่งมีผลให้ผู้ประพันธ์หรือเจ้าของสาระ สามารถจัดการแจกจ่ายเนื้อหาของตนไปยังผู้อ่าน ผู้ใช้ได้โดยตรงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการข้ามขั้นตอนของผู้พิมพ์ ผู้จำหน่าย ร้านขายและห้องสมุดไปโดยสิ้นเชิง การเก็บรักษาเอกสารจึงตกเป็นหน้าที่ของแหล่งกำเนิดข้อมูล ซึ่งไม่ได้ทำกิจการด้านการเก็บรักษาถาวร อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการเลิกกิจการ หรือมีแต่นโยบายการให้บริการข้อมูลในระยะสั้น โดยมิได้มีศักยภาพในการเก็บรักษาข้อมูลจำนวนมากในระยะยาว ดังนั้น สถาบันอิสระอย่างเช่น ห้องสมุด จึงต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาสิ่งตีพิมพ์หรือข้อมูลเหล่านี้ในสภาพที่เป็น ประโยชน์ในระยะยาว แต่การเก็บเอกสารต่างๆ ในระบบดิจิทัล ทำให้แนวคิดของการเก็บและบำรุงรักษาเปลี่ยนไป เนื้อหาฉบับเต็มของการเก็บบันทึกถาวร

การจัดทำบรรณานุกรมทางคอมพิวเตอร์

การลงรายการทางบรรณานุกรมที่เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านได้ หรือ MAchine Readable Cataloging ยังคงเป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานของห้องสมุดและศูนย์บริการสารสนเทศส่วน ใหญ่ใช้ในการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด และเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน บทความนี้ นำเสนอ แนวคิดของการทำรายการบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศจากแต่เดิมที่เป็นบัตรรายการ จนมาถึงการมีระบบห้องสมุดอัตโนมัติและจำเป็นต้องมีการใช้ MARC เพื่อเป็นตัวแทนในการจัดเก็บรายการทางบรรณานุกรม ติดตามอ่าน เนื้อหาฉบับเต็มของบทความ

การแปล นักแปล การแปลง

ได้อ่านบทความ 2 บทความ คือ การแปล : ศาสตร์หรือศิลปะ และ นักแปล หรือ นักแปลง โดยคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ ของคุณสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เพียงแค่เห็นว่าใครเป็นคนเขียนก็รีบขมีขมันในการติดตามอ่านแบบไม่ปล่อย เพราะเป็นนักเขียน และผู้แปล ที่ชื่นชม ชื่นชอบในผลงานของคุณงามพรรณมาก ติดตามงานเขียน งานแปล ชอบในสำนวนการเขียนและการใช้คำในการแปลที่สละสลวย จนทำให้อยากเขียนและแปลได้ดีอย่างท่านบ้าง ตนเองได้ผ่านการเรียนวิชาการแปลมาบ้าง และเป็นวิชาที่ชอบมากตอนสมัยเรียนปริญญาตรี จนปัจจุบันก็ยังต้องคลุกคลีกับการแปลบทความทางวิชาการอยู่เสมอ เพื่อนำมาประมวลเป็นความคิดและเรียบเรียงเสนอเป็นงานเขียนเพื่อให้คนทั่วไป สามารถเข้าใจในเรื่องที่แปลมา (ไม่ผิด) และถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายและมีความถูกต้อง

ถึงแม้ว่า บทความนี้ จะเป็นงานเขียนนานแล้วก็ตาม แต่แนวทางต่างๆ ที่คุณงามพรรณ ได้กล่าวถึง การแปล นั้นยังมาเป็นหลักสำหรับผู้ที่สนใจในการแปลได้ดี คุณงามพรรณ ได้กล่าวว่า งานแปลเป็นศาสตร์และศิลปะ สิ่งแรกที่นักแปลต้องรับรู้ คือ ความหมายตามระบบภาษา และภาษาแต่ละภาษามีลักษณะเฉพาะตัว คำคำหนึ่งอาจมีความหมายได้หลายอย่าง และเมื่อทำหน้าที่ต่างกันในประโยคก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป การจะเลือกใช้คำหรือโครงสร้างทางไวยากรณ์เพื่อให้ภาษาสองภาษาซ้อนกันสนิท นั้นจึงเป็นเรื่องยาก ผู้แปลจึงควร

  1. เข้าใจต้นฉบับ ผู้แปลจะต้องอ่านต้นฉบับโดยละเอียด ความรู้ภาษาต่างประเทศของต้นฉบับมีความสำคัญมาก เนื่องจากต้องเข้าใจถึงแนวการใช้ภาษาและน้ำเสียงของต้นฉบับ และยังต้องสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของตัวต้นฉบับ เพื่อให้เข้าใจความคิดของผู้เขียน
  2. ผละออกจากต้นฉบับ เมื่อผู้แปลเข้าใจภาษาต้นฉบับและความคิดของผู้เขียนแล้ว ต้องพยายามทำลืมโครงสร้างภาษาในต้นฉบับ ให้เหลือไว้เพียงความหมายที่ต้นฉบับสื่อเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะแปลออกมาได้ถูกต้อง แต่ภาษาของการแปลจะขาดความเป็นธรรมชาติ
  3. ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาที่ 2 กล่าวคือ การนำคำในต้นฉบับมาเชื่อมโยงเข้ากับความคิด และถ่ายทอดออกมาในภาษาที่ 2 ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

นักแปลต้องทำตัวเป็นนักอ่านที่ดีในชั้นต้น และเป็นนักเขียนชั้นยอดในขั้นสุดท้าย ส่วนที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในการแปลคือ การรักษาน้ำเสียง และแนวการใช้ภาษาของผู้เขียนไว้

บรรณานุกรม:

งามพรรณ เวชชาชีวะ. “การแปล : ศาสตร์หรือศิลปะ” หน้า 126-129 ใน อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดเทพศิริทราวาส วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2533. กรุงเทพฯ : เพื่อนใหม่, 2533.

งามพรรณ เวชชาชีวะ. “นักแปล หรือ นักแปลง” หน้า 130-134  ใน อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางสุเพี้ยน เวชชาชีวะ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดเทพศิริทราวาส วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2533. กรุงเทพฯ : เพื่อนใหม่, 2533.

(บาง)ประโยค…ประทับใจในความสุขของกะทิ

ความจริงอ่านความสุขของกะทิ จบไปนานแล้ว แต่เผอิญได้รับมาอีก 1 เล่ม เป็นฉบับพิเศษ ปกแข็ง สี่สี เลยทำให้ต้องหยิบมาอ่านอีกครั้งหนึ่ง จากคำนำของผู้เขียน คือ คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ กล่าวถึง ความสุขของกะทิ ที่ถูกหยิบขึ้นมาอ่านก็เพราะ เศร้าและเสียน้ำตาเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ บางคนก็บอกว่า ได้ค้นพบ “กะทิ” ของตัวเองที่ตามหามานาน และบางคนบอกว่า วันไหนหงอยเหงาก็จะหยิบมาอ่านให้โลกสดใสขึ้น ขอสนับสนุนคำกล่าวข้อสุดท้ายค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสดใสขึ้นจริงๆ เลยหยิบประโยคที่ประทับใจ ออกมา

* ยิ้มที่ส่งมาจากหัวใจระรื่น ต่อสายตรงถึงปากและแววตา แผ่รัศมีเป็นคลื่นรอบๆ เหมือนเวลาโยนก้อนหินลงในน้ำ จนคนรอบข้างรู้สึกได้ (แม่ไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมา)

* สีหน้าของ…ดูจะเหนื่อยล้าและโรยแรง ไม่ต่างจากศาลาริมน้ำหลังนี้ ที่ผ่านแดดผ่านฝน ผ่านโลกมานานจนทุกอณูเนื้อไม้อาบอิ่มด้วยอดีต และไม่ปรารถนาใดในอนาคตอีกแล้ว (กะทิจำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว)

* ลมจากแม่น้ำเย็นบาดเนื้อส่งท้ายปี พระจันทร์ดวงโตเปล่งรัศมีอวดความงามอยู่กลางฟ้า เห็นกระต่ายในดวงจันทร์ชัดถนัดตา …อยู่ที่ไหนก็ดูพระจันทร์ดวงเดียวกัน (กะทิอยากเห็นแม่หิ้วตะกร้ากลับจากตลาด)

* ล้าง ชำระ ทิ้งของสกปราเพื่อเตรียมพร้อมรับของใหม่ ของมงคล… (เหลือเพียงเสียงของแม่ที่กะทิยังจำได้ดี)

* ถ้าใจคนเหมือนทรายในกระถางธูปที่เททิ้งเปลี่ยนใหม่ให้ขาวผ่องได้ ก็คงจะดีไม่น้อย (เหลือเพียงเสียงของแม่ที่กะทิยังจำได้ดี)

* คนบางคนวิ่งไล่ความฝันไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จริงๆ ว่าความฝันที่ว่าอยู่ใกล้ตัวนี่เอง (หนูคือคำตอบในชีวิตของแม่)

* จักรวาลนี้กว้างใหญ่นัก มนุษย์ตัวจ้อยจะมีอำนาจอะไร เพียงแหงนมองฟ้าก็จะดูปลดศักดาและความมุ่งหวังเกินตัวให้หมดสิ้นไปได้ใน บัดดล เหลือเพียงหัวใจเล็กๆ ในอกที่เต้นอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและใฝ่หาความสุขตามอัตภาพ ไม่ต้องการสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องการสิ่งใดที่อยู่ไกลตัว (ขอเพียงหัวใจเป็นสุข)

* คนเราก็ไม่ต่างจากตัวละคนในหนังสือ ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต และเมื่อผ่านพ้นมาได้ก็จะมีความลุ่มลึกในเนื้ออารมณ์ เป็นคนเต็มคนมากขึ้น และมองทุกอย่างเปลี่ยนไป (ทิ้งอดีตไว้ให้เป็นเพียงเงา)

* ท่านใดมีประโยคที่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ ส่งมาแชร์กันได้ค่ะ

คน 4 จำพวก

การเรียนรู้เรื่องคนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะคนก็ยังแบ่งได้เป็น 4 จำพวก และมีลักษณะที่แตกต่างกันมาก ดังนี้ (ประชุมสุข อาชวบำรุง : 2523)

  1. ผู้นำ มีจำนวนน้อย (ประมาณ 5%) มีลักษณะริเริ่มสร้างสรรค์ และมักมีความรู้สึกพิเศษอยู่เสมอ เป็นผู้วางแนวทาง คนต้นคิด รับผิดชอบ วางมาตรการ สร้างความเชื่อมั่น รักษาอารมณ์ได้ และอำนวยการให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปได้
  2. ผู้รับผิดชอบ (ประมาณ 25-30%) เป็นพวกที่เชื่อถือได้ ไว้ใจได้ที่จะมอบหมายให้ดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ ให้การสนับสนุน และช่วยเป็นปากเป็นเสีียงให้ได้ เป็นหมู่คนที่น่านิยมมากที่สุด
  3. ผู้คล้อยตาม (ประมาณ 45%) เป็นหมู่ใหญ่ที่สุด เป็นผู้ที่จะตอบสนองการชักชวนต่่างๆ มากบ้าง น้อยบ้างตามสมควร
  4. ผู้เฉื่อยชา (The inert fifth) มีอยู่ประมาณ 20% จัดเป็นพวกตกค้าง (Resideum) ไม่ว่าจะหาวิธีชักชวนอย่างไร ไม่ว่าหลักการจะถูกต้องเพียงไร พวกนี้ไม่มีวันร่วมมือ

รายการอ้างอิง:

ประชุมสุข อาชวบำรุง.”เราจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับคนในการหาทุน” หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ศาตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523.