เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย ละครเวทีเพื่อคนตาบอด ที่คนตาดีต้องดู

ได้รับคำชวนของเพื่อนรุ่นน้อง คือ อ๋อ ให้มาดูละครเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทยทางโทรศัพท์ โดย The Blind’s Theater Thailand ตอบรับคำชวน เพราะหน่วยงานของน้องอ๋อ คือ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย เป็นผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้

ใบโฆษณาบอกว่า เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย ละครเวที 6 มิติ เพื่อคนตาบอด เป็นรอบบ่ายสองโมง ที่ห้องนิทรรศการชั้น 5 อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร. สาโรช บัวศรี

20140518-The-Blind                                           ใบโฆษณาละคร เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย

จากสูจิบัตรของงานให้ข้อมูลไว้ว่า เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย ละครเวทีที่คนตาดีและคนตาบอดควรดูร่วมกัน “ถ้าหลับตา…เราจะเห็นอะไร” แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ ญี่ปุ่นเรือ่ง สุสานหิ่งห้อย โดย อิซะโอะ ทะกะฮะตะ และ บทเพลง นิทานหิ่งห้อย โดย คุณประภาส ชลศรานนท์

เรื่องย่อมีอยู่ว่า เมื่อความงามจากแสงหิ่งห้อยจุดประกายแห่งความหวังให้แก่ใครสักคน บางคนเลือกจะกักขังความหวัง หรือบางคนเลือกที่จะปล่อยความหวังให้โบยบิน ไปตามธรรมชาติ คุณต้องเลือกที่จะเข้าใจความงามของธรรมชาติอันมีการเกิดดับเป็นธรรมดา หรือเลือกที่จะกักขังความงามแห่งความจริง สิ่งเหล่านี้ มนุษย์ทุกคนล้วนมีสิทธิที่จะเลือกมองความงาม ตามความเชื่อของตนเอง

ก่อนจะดูละครเรื่องนี้ มีการทำ workshop ด้วย สนับสนุนเสื้อ 2 ตัว ได้รับตั๋วพร้อมหน้ากากปิดตา

20140518-T-Shirt                                         เสื้อการกุศล อุดหนุนมา 2 ตัว ขาวกะดำ

Workshop ที่น้องๆ ทีมงาน เชิญชวนผู้ชมมาร่วมกิจกรรม ก็คือ ให้จับธนบัตรที่อยู่ในกล่อง และให้ตอบว่า เป็นธนบัตรใบละเท่าไร ก็ตอบมั่วกันไป เพราะไม่ทราบเลยจริงๆ ว่าเป็นใบละ 50 บาท ซึ่งน้องๆ ทีมงานได้ให้น้องตาบอดมาอธิบายวิธีการดูว่าธนบัตรใดเป็นราคาเท่าไรให้พวกเราได้ทราบ คือสัมผัสกับความสูงของธนบัตรกับความสูงของนิ้ว อีกกิจกรรมหนึ่งก็คือ ให้จับคู่กัน จำชื่อ แล้วปิดตา มีการพาคู่ของแต่ละคนแยกออกไป แล้วให้แต่ละคู่ตามหากัน โดยไม่เปิดตา ใช้แต่เสียงในการเรียก และกิจกรรมสุดท้าย คือ การเขียนสิ่งดีๆ ที่ไม่อยากสูญเสียไป ในกระดาษแล้วนำไปผูกไว้รวมกัน

20140519-Game1                                             Workshop จับคู้่ ปิดตา

20140518-Game3                                                     จับแยกแล้วเดินหา

20140518-Game4                                                      หากันจนพบ

20140518-Game5                                                    เขียนสิ่งที่ไม่อยากสูญเสีย

ใกล้เวลามากขึ้น เห็นคุณยิปโซ (รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) มาค่ะ ตอนแรกไปจำชื่อผิดเป็นยิปซี เรียกชื่อผิดๆ อยู่ตั้งนาน คุณยิปโซ น่ารักมากจะเรียกว่ามาพูดต้อนรับ และบอกกล่าวถึงกิจกรรมดีๆ แบบนี้ แนะนำการชมละคร โดยปิดเสียงเครื่องมือสื่อสาร ถุง สิ่งของต่างๆ ไม่ควรมีเสียง นาฬิกาปลุก เด็กเล็กๆ และทั้งหลายทั้งปวง ที่อาจก่อให้เกิดเสียงได้ ตอนแรกฟังก็สงสัยว่า เข้มงวดจัง ก่อนเริ่มการแสดงมีการสาธิตวิธีการเดินของคนตาบอด ว่าจะเกาะกันอย่างไร โดยมี 2 วิธี วิธีแรก เป็นวิธีที่ใช้กันโดยทั่วไป คือ ยกมือซ้าย แล้วไปจับบริเวณเหนือข้อศอกขวาของคนข้างหน้า และจะเกาะกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ อีกวิธีหนึ่งคุณยิปโซบอกว่าเป็นแบบฝรั่งเศส คือ มือขวาของคนหลังเกาะศอกขวาของคนข้างหน้า

และแล้วพอจะเริ่มการแสดง ทีมงานก็ให้พวกเราผู้ชมทั้งหลาย เอาที่ปิดตา (ซึ่งแจกหน้างาน) ขึ้นมาปิดตา และลุกขึ้นยืน ขวาหัน แล้วใช้มือซ้ายไปเกาะเหนือข้อศอกขวาของคนข้างหน้า ให้พวกเราปรับสภาพสายตาก่อน และจะพาผู้ชมเดินเข้าไปบริเวณที่แสดงทีละแถว  ระหว่างรอที่จะเดินไปนั้น บอกตรงๆ ว่ารู้สึกกลัวค่ะ เพราะอยู่ดีๆ เรากลับมองไม่เห็นอะไรเลย เมื่อคนข้างหน้าที่เราเกาะเคลื่อนตัว แสดงว่ามีการเดินแล้ว ก็ค่อยๆ เดินไป ก็ไม่ชนอะไรนะคะ เดินตามกันไปเรื่อยๆ รู้ว่าขึ้นลิฟต์ เพราะมีเสียงของลิฟต์บอกว่า ถึงชั้น 5 แล้วก็เดินกันออกมาจากลิฟต์ เดินไปเรื่อยๆ สัมผัสถึงใบไม้ ใบหญ้าที่อยู่เหนือศีรษะและบริเวณทางเดิน แต่ก็ไม่ทราบว่าที่เดินๆ ไปนั้น คือที่ไหน

เดินไปไม่นานนัก ก็มีการดึงตัวแบบเบาๆ ให้ไปนั่ง พอได้เก้าอี้นั่ง ก็รอดูอยู่ว่า จะมีอะไรต่อหนอ ละครจะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย แรงบันดาลใจ สุสานหิ่งห้อย การ์ตูนญี่ปุ่นและเพลงนิทานหิ่งห้อย ของคุณประภาส ชลศรานนท์ เป็นเรื่องของความงดงามของชีวิต ที่ไปไม่ถึง จะเปิดอย่างไร สำคัญกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

ไม่นานการแสดงก็เริ่มขึ้น ผู้ชมต้องใช้การชมผ่านเสียง การสัมผัส (เพราะในบางช่วงของการแสดงจะมีการนำสิ่งของ หรือมีการถูกเนื้อตัวของผู้ชมด้วย ซึ่งทางทีมงานได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้ว) เราเองนั่งแถวหน้า (ทราบเมื่อเปิดตา หลังการแสดงจบแล้ว) ได้สัมผัสหมอน (น่าจะเป็นอย่างนั้น) เริ่มเกิดมิติต่างๆ ตามที่โฆษณาไว้แล้ว (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ในตอนแรกเลย เพราะเป็นฉากที่หลานให้ยายเล่านิทานให้ฟัง เราก็ได้เอามือสัมผัสหมอนนั้นไปด้วย มีการสั่นสะเทือนของขบวนรถไฟ (ใช้ท่อพีวีซี ผูกติดกับเก้าอี้ทั้งแถว แล้วมีการเขย่า)

เสียงที่ได้ยินจากการแสดงนั้น น่าฟัง ใส ไพเราะ และเข้มแข็งยามเมื่อต้องดุดันตามบทที่แสดง เหมือนอยู่ใกล้ๆ ที่นั่ง ได้กลิ่นที่ออกมาจากการแสดง เช่น ควันไฟ กลิ่นอาหาร ชมการแสดงจนเพลินเป็นเวลาประมาณร่วมชั่วโมง เมื่อเปิดตาแล้วพบว่า ผู้ชมนั่งอยู่ในห้องๆ หนึ่งไม่กว้างเลย นั่งใกล้กันมาก ผู้แสดงก็เปิดตัวให้เห็นน่ารักทุกคน มีทั้งคนตาดีและคนตาบอด เสียงเพราะจับใจ แถมด้วยเสียงเพลงอีก 1 เพลงก่อนอำลากันเป็นกำลังใจให้กับผู้มาชมและทำให้น้ำตารื้นและน้ำตาไหลกันไปตามๆ กัน

การมาชมการแสดงนี้ ทำให้เข้าใจการรับรู้ของคนตาบอดมากขึ้น คิดดูว่าในระหว่างการแสดง เนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ผู้ชมมีความเข้าใจและคาดหวังว่า เดี๋ยวจะมีเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มีสภาพการตั้งรับที่ดีกว่า แต่ในสภาพของคนตาบอดแล้ว คงจะไม่ใช่เหตุการณ์แบบละครที่จะเกิดขึ้น

ขอบคุณ อ๋อ ที่ชวนไปดูละครดีๆ แบบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s