เรื่องเกี่ยวกับ Password

เรื่องราวเกี่ยวกับรหัสผ่าน โดย Lorrie Faith Cranor น่าสนใจ ติดตามได้ที่  http://www.ted.com/talks/lorrie_faith_cranor_what_s_wrong_with_your_pa_w0rd 

มธ. เปิดตัวห้องสมุดดิจิทัล

“To be a leader in library service and information literacy with the most up-to-date information and technology to create an international network of cooperation between libraries.”  หรือ สำนักหอสมุดเป็นผู้นำบริการ ส่งเสริมการเรียนรู้ ด้วยสารสนเทศและเทคโนโลยีนำสมัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดในระดับนานาชาติ

จากวิสัยทัศน์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ดังข้อความข้างต้น  สำนักหอสมุด มธ. ได้เปิดตัวห้องสมุดดิจิทัล ในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 27 มิถุนายน 2557  เพื่อแสดงถึงความสำเร็จส่วนหนึ่งที่บรรลุวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ โดยในวันนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 14.00 น.  ได้จัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวห้องสมุดดิจิทัล

20140626-TU-DL-Card

 โดยสำนักหอสมุดผลักดันให้เกิดระบบ 3 ระบบที่สำนักหอสมุด นำมาใช้ได้แก่
1. ระบบห้องสมุดแบบบูรณาการโอเพนซอร์ส ที่ชื่อว่า Koha มาใช้ ซึ่งนับว่าเป็นห้องสมุดระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ศึกษา และเปลี่ยนระบบห้องสมุดบูรณาการเชิงพาณิชย์มาเป็นโอเพนซอร์ส พร้อมเปิดให้บริการ
2. ระบบการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของผลงานทางวิชาการ/การคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) ด้วยระบบ MyCat ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ ตั้งแต่การส่งร่างวิทยานิพนธ์ การตรวจสอบซ้ำซ้อนหรือการคัดลอกด้วยโปรแกรม CopyCat
3. ระบบการสืบค้นห้องสมุดข้ามประเทศเพื่อการยืมระหว่างห้องสมุด WorldShare ILL ระบบนี้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถสืบค้นหาเอกสารที่ต้องการ และสามารถใช้บริการผ่านสำนักหอสมุด มธ. ในการติดต่อขอยืมเอกสารดังกล่าวได้ อันเป็นการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรร่วมกันในเครือข่าย 70,000 แห่งนับว่าเป็นแห่่งแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทย

เชิญชมวิดีทัศน์ แนะนำ 4 นวัตกรรมไอทีล่าสุด สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานเปิดตัว “ห้องสมุดดิจิทัล”

Continue reading

พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556

โดยที่เอกสารจดหมายเหตุเป็นข้อมูลที่แสดงและอธิบายถึงข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาที่เกิดขึ้นในอดีต การเก็บรักษาและอนุรักษ์เอกสารดังกล่าวไว้ให้มีสภาพสมบูรณ์หรือเกิดความชำรุดเสียหายน้อยที่สุดเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติจึงมีความสำคัญ สมควรกำหนดให้มีระบบการเก็บรักษา อนุรักษ์ และการคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษา การค้นคว้าหรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

รายละเอียดของพระราชบัญญัติ

รายการอ้างอิง:

พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556.  (2556, 13 มีนาคม) เล่ม 130 ตอนที่ 23 ก หน้า 1-7.  ค้นคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2557 จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/A/023/1.PDF

จดหมายเหตุ

ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องการดำเนินงานหอจดหมายเหตุ เลยขุดๆ หาข้อมูล เพื่อเสริมความรู้จากที่ตัวเองมีอยู่ แต่ก็ขอนำข้อมูลในด้านต่างๆ มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ (คงมีมาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ค่ะ)

การบริหารจัดการหอจดหมายเหตุ งานจดหมายเหตุ

กรมศิลปากร. (2542). วิชาการพื้นฐานการบริหารและจัดการงานจดหมายเหตุ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร

กรรณิกา ชีวภักดี. (2543). “หอจดหมายเหตุแหล่งข้อมูลราชการสู่สาธารณะ”. วารสารกรมประชาสัมพันธ์ 5,5 (มิ.ย.) : 29-30

จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์. (2553). “การส่งมอบเอกสารประวัติศาสตร์ และการทำลายเอกสารราชการ”. ศิลปากร 53,2 (มี.ค.-เม.ย.) : 38-53

ชลทิชา สุทธินิรันดร์กุล. (2525). จดหมายเหตุ : การจัดและบริการ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดาวเรือง แนวทอง. (2544). “การจัดทำฐานข้อมูลเอกสารจดหมายเหตุด้วยโปรแกรมจัดเก็บเอกสารอัตโนมัติ ELIB (Electronic Library on Web)”.จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 5(มิ.ย.-พ.ค.) : 13-14

ดาวเรือง แนวทอง. (2549). “การบริหารและดำเนินงานจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทย”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการจดหมายเหตุและเอกสาร) มหาวิทยาลัยศิลปากร

ดาวเรือง แนวทอง. (2548). “แนวทางการจัดตั้งหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 8 (มิ.ย. 2547-พ.ค. 2548) : 98-108

ดาวเรือง แนวทอง. (2545). “อาคารหอจดหมายเหตุ ในภูมิภาคเขตร้อน”. โดมทัศน์ 23,2(ก.ค.-ธ.ค.) : 54-66

ทรงสรรค์ นิลกำแหง. (2517). “การบริหารงานจดหมายเหตุในประเทศไทย” วิทยานิพนธ์ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นฤมล เจริญเผ่า. (2529). “หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย : แนวทางเพื่อการเริ่มต้น”. วารสารวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8, 2 (ต.ค.) : 38-44

นัยนา แย้มสาขา และพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ. (2555). “การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วย คณะทำงานเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและฟื้นฟูเอกสารจดหมายเหตุแห่งอาเซียน ครั้งที่ 2”. ศิลปากร 55,1(ม.ค.-ก.พ.) : 46-59

บุศยารัตน์ คู่เทียม. (2546). “สถาบันจดหมายเหตุ”. ศิลปากร 46,3 (พ.ค.-มิ.ย.) : 55-65

เบญจา รุ่งเรืองศิลป์. (2553). “งานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. วารสารห้องสมุด 54,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 39-50

ปถพีรดี. (2546). จดหมายเหตุแห่งชาติ

ประสิทธิ์ รัตนพันธ์. (2545). “จดหมายเหตุ”. วารสารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ 1,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 41-45 Continue reading

หนังสือเสียงเดซี เพื่อถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 60 พรรษา

หนังสือเสียง เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมูลนิธิแอมเวย์ เพื่อสังคมไทย ร่วมกับมูลนิธิราชสุดา ชวนอาสาสมัครร่วมอ่านหนังสือพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 70 เรื่อง เพื่อจัดทำเป็นหนังสือเสียงคุณภาพสูงรูปแบบซีดีระบบเดซี เพื่อส่งมอบให้กับผู้พิการทางสายตา และห้องสมุดทั่วไป

เปิดรับอาสาสมัครเข้าฝึกอบรมทักษะการอ่านหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 1-20 มิถุนายน 2557 สำรองที่นั่งอบรม
วันที่ 28 มิถุนายน 2557 อบรมทักษะการอ่านหนังสือเสียง
วันที่ 28 มิถุนายน 2557 – 14 กรกฎาคม 2557 จองเวลาอ่านหนังสือเสียง
วันที่ 15 กรกฎาคม – 29 พฤศจิกายน 2557 อ่านและบันทึกหนังสือเสียง

รายละเอียดเพิ่มเติม

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว “ห้องสมุดดิจิทัล”

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว “ห้องสมุดดิจิทัล” เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2557 ณ โถงหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ รายละเอียด  http://main.library.tu.ac.th/tulib/myupload/tudigitaldetail.pdf

โคลัมบัสกับหนังสือ

การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเข้ามาในห้องสมุด เช่น การซื้อหนังสือเข้ามาไม่ว่าจะเล่มเดียวหรือหลายเล่มก็ตาม ต้องมีข้อมูลที่จำเป็นของการจัดซื้อหนังสือเล่มนั้นๆ บันทึกเก็บไว้ เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ ร้านค้า สำนักพิมพ์ ราคา เบอร์ติดต่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่ห้องสมุดเห็นความจำเป็นในการบันทึกไว้

ไม่น่าเชื่อ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่รู้จักกันดี ได้เขียนข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ไว้ในหนังสือทุกเล่มที่เขาซื้อมาด้วยเช่นกัน ขออัญเชิญข้อความจากหนังสือ เรื่อง ทวิภาคสัญจร พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินงานเอกซโปที่เมืองเซวีญา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 โดยเสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรห้องสมุดโคลัมบัส ดังนี้ [1]

“ห้องสมุดโคลัมบัส (Biblioteca Columbina) มีหนังสือเก่าๆ มาก แต่ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ ส่วนที่บุตรชายของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส บริจาคให้ เป็นหนังสือ เอกสาร ต้นฉบับ เกือบ 5,000 เล่ม ที่สำคัญมากต่อวิชาการห้องสมุด คือ เขาจะเขียนไว้ในหนังสือทุกเล่ม ว่าเขาซื้อหนังสือนี้มาจากไหน เมื่อไร ราคาเท่าใด เขียนเบอร์ไว้ด้วย”

รายการอ้างอิง

[1] เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. ทวิภาคสัญจร. กรุงเทพฯ : ธนาคารไทยพาณิชย์, 2535.

ห้องสมุดตามบ้าน (Home library)

พระราชนิพนธ์ เรื่อง โรมัญสัญจร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงขึ้นเมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศอิตาลีระหว่างวันที่ 3-16 เมษายน พ.ศ. 2531 เพื่อทรงร่วมเป็นกรรมการตัดสินหนังสือเด็กของ International Board on Books for Young People (IBBY) ณ เมืองโบโลญญา ด้วยความสนพระทัยในการส่งเสริมการอ่านและห้องสมุดเด็ก พระองค์ได้มีพระราชดำรัสถามคุณเพลลูสกี้ (Ms. Anne Pellewski) ผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินฯ  ชาวอเมริกัน ให้อธิบายเรื่อง Home library หรือห้องสมุดตามบ้าน ซึ่งคุณเพลลูสกี้ไปจัด workshop ที่ไนจีเรีย ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พระองค์ทรงบันทึก ดังนี้ [1]

“ระบบห้องสมุดแบบนี้ คือ การหัดให้ชาวบ้าน (ส่วนใหญ่เป็นพวกแม่บ้าน) ให้รู้จักเล่านิทาน เขาจัดเป็น workshop ประมาณ 5-7 วัน บรรยากาศไม่ให้เคร่งเครียดนักเป็นการคุยกันเล่น ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร เขามีวิธีการ คือ ชาวบ้านจะรวบรวมหนังสือส่วนตัวหรือหนังสือที่มีผู้บริจาค หรืออาจจะยืมจากห้องสมุด แล้วป่าวประกาศให้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ มาอ่านหนังสือกัน ผู้ที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์จะต้องมีเทคนิคในการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เล่าเรื่องให้เด็กสนใจอยากฟังและอยากอ่านต่อเอง เขาแนะนำให้ทำหนังสือขึ้นมาเอง โดยการนำเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นมาเขียนบันทึกไว้”

เมื่อนึกภาพตอนที่ผู้ใหญ่ อ่านนิทานหรือหนังสือให้เด็กๆ ฟัง ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง You’ve got mail ที่นางเอกเมก ไรอัน เจ้าของร้านหนังสือเด็ก นั่งเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง ชอบบรรยากาศแบบนั้นจัง รู้สึกอบอุ่น เด็กๆ ก็ชอบ คนเล่าก็ต้องมีเทคนิคที่จะให้เด็กๆ ติดใจ อยากอ่านหนังสือนิทานเรื่องนั้นๆ ต่อ หรือหาหนังสืออ่านเพิ่มเอง จากการกระตุ้นให้รักการอ่านจากการฟังนิทานนั่นเอง แต่สุดท้ายร้านหนังสือเด็กของนางเอก เมก ไรอัน ก็ต้องปิดกิจการไป เนื่องจากร้านหนังสือที่ใหญโตกว่าของพระเอก ทอม แฮงค์ส เข้าลักษณะปลาใหญ่ กินปลาเล็ก

เรื่องการเล่านิทาน โดยให้ผู้ปกครองเป็นผู้เล่าเอง หรือให้เด็กๆ อ่านนิทานบนกระดาษ มากกว่าจะให้เด็กๆ อ่านจากหน้าจอนั้น จากการวิจัยพบว่า [2]  เด็กๆ ที่อ่านนิทานบนกระดาษสามารถจดจำรายละเอียดได้ดีกว่ากลุ่มเด็กที่อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ปรุงแต่งด้วยภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ และเกมส์ และในการสำรวจติดตามพ่อแม่ 1,226 คน พ่อแม่เหล่านี้ยังนิยมอ่านหนังสือนิทานกับลูกหลานด้วยกันมากว่าการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานผลการศึกษาโดยจูเลีย แพร์ริช-มอร์ริส และเพื่อนร่วมวิจัย พบว่า พ่อแม่จะสอดแทรกการเล่าเรื่องชีวิตที่ผ่านมาให้ลูกหลานฟังไปด้วย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะทำให้พ่อแม่เสียจังหวะในการอ่านนิทานแบบนี้ เพราะมัวแต่คอยห้ามเด็กๆ ไม่ให้กดปุ่มนั้นปุ่มนี้ เสียจังหวะในการเล่าเรื่องเสมอ การเสียสมาธิการอ่านแบบนี้ทำให้เด็กไม่เข้าใจแม้แต่ใจความสำคัญของนิทาน ตรงกันข้ามกันเด็กที่อ่านหนังสือนิทานกลับติดตามเรื่องราวได้ดี

ยังอยากเห็นภาพพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง เล่านิทานหรืออ่านหนังสือจากกระดาษให้เด็กๆ ฟังมากกว่าที่จะปล่อยให้อ่านเองจากจอ หรือจะทำแบบห้องสมุดตามบ้าน ก็น่าจะสนับสนุน คนไทยยิ่งอ่านหนังสือกันไม่มากอยู่ด้วยซิ

รายการอ้างอิง

เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. โรมัญสัญจร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, 2531.

Jabr, Ferris. Why the Brain Perfers Paper. Scientific American, Nov 2013.

บรรณารักษ์อยู่ในลำดับที่ 38 จาก 200 อาชีพที่น่าทำ

จากเว็บไซต์ http://www.careercast.com ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากอาชีพต่างๆ จากการจัดอันดับ 200 อันดับ (http://www.careercast.com/jobs-rated/jobs-rated-2014-ranking-200-jobs-best-worst) พบว่าในปี 2014
งานที่น่าทำที่สุด (Best jobs)  10 อันดับแรก ได้แก่
1. นักคณิตศาสตร์ (Mathematician)
2. อาจารย์มหาวิทยาลัย (University professor)
3. นักสถิติ (Statistician)
4. นักวิเคราะห์ข้อมูลประกันภัย (Actuary)
5. นักโสตบำบัด (Audiologist)
6. ผู้ชำนาญการทันตกรรม (Dentist hygienist)
7. วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software engineer)
8. นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer systems analyst)
9. นักกายภาพบำบัด (Occupational therapist)
10. นักบำบัดการพูด (Speech pathologist)

งานที่ไม่น่าทำที่สุด (Worst jobs) 10 อันดับท้ายสุด ได้แก่
200. คนตัดต้นไม้ (Lumberjack)
199. ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ (Newspaer reporter)
198. อาสาสมัครในกองทัพ (Enlisted military personnel)
197. คนขับแท๊กซี่ (Taxi driver)
196. ผู้กระจายเสียงวิทยุ/โทรทัศน์ (Broadcaster)
195. หัวหน้าพ่อครัว (Head cook)
194. พนักงานบนเครื่องบิน (Flight attendant)
193. พนักงานเก็บขยะ (Garbage collector)
192. พนักงานผจญเพลิง (Fire fighter)
191. ผู้คุมนักโทษ (Corrections officer)

โดยใช้เกณฑ์ 4 ประการในการวัด คือ สภาพแวดล้อม รายได้ ความก้าวหน้า และความกดดัน (http://www.careercast.com/jobs-rated/2014-jobs-rated-methodology)

 

ส่วนบรรณารักษ์อยู่ในลำดับที่ 38 จาก 200 ค่ะ

รายการอ้างอิง:

The Top 200 Jobs of 2014. Retrieve 2014-06-04 from http://www.careercast.com/content/top-200-jobs-2014-21-40