ใช้ iPad ในห้องสมุด

Rachel Evans เขียนบทความเรื่อง Beyond the E-Reader : Alternative Uses for the iPad in Libraries กล่าวถึงการใช้ iPad ในห้องสมุด ซึ่งใช้ได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียว ลองอ่านดูนะคะเผื่อจะเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับห้องสมุดแต่ละแห่งได้บ้าง เป็นการพัฒนาศักยภาพ ลดจำนวนบุคลากร ประหยัดเวลา และงบประมาณอีกด้วย (คิดว่าอาจจะใช้กันแล้วอยู่บ้างแต่ก็ลองอ่านดูนะคะ)

รายการอ้างอิง

Evans, Rachel. “Beyond the e-reader: alternative uses for the iPad in libraries.” Computers in Libraries June 2014: 5+. Information Science and Library Issues Collection. Web. 31 July 2014

กด 10 วิ

เมื่อวันก่อน เปิด notebook แล้วเกิดเสียงดังหึ่งๆๆๆ ทำอะไรไม่ได้ คงเพราะเครื่องค้าง process บางอย่างกระมัง ก็เลยแก้ปัญหาโดยการปิดเครื่อง กดปุ่ม power ก็ไม่ได้ผล (กดไม่ถึง 10 วิ (นาที))

เพื่อนบอกว่าให้กดค้าง 10 วิ เราก็เลยลองใหม่ กดแล้วนับ 1-10 เครื่องดับ แฮะ แก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่ง พอเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง ใช้งานได้ปรกติ สอบถามได้ความว่า กดค้าง 10 วิคือ วิธีปิดคอมฯ แบบปิดสวิทช์ ถ้ากดแล้วปล่อย คือ สั่งปิดซึ่งถ้าเครื่องค้างก็จะปิดไม่ได้เพราะมันไม่รับคำสั่ง (แต่ก็ยังแอบ งง และสงสัย ว่า ทำไมต้อง 10 ไม่เป็น 5, 6, 7, 8, 9 นับ 10 เหมือนกรรรมการห้ามมวย) ได้ข้อมูลมาเพิ่มเติม ว่าเป็นการตั้งใจออกแบบ ให้มั่นใจว่าไม่ได้เผลอกดปุ่มสวิตช์

แต่สงสัยอีก เคยรับมอบหมายให้ปิดโมเด็ม โดยรับคำสอนว่า ปิดโมเด็มแล้วนับ 1-10 ค่อยเปิดอีกที นึกว่าเป็นประเด็นเดียวกัน เลยสอบถามเพิ่มเติมจากเพื่อนได้ความว่า เป็นคนละประเด็นกับการปิดคอมฯ ในเรื่องโมเด็ม เป็นการปิด แล้วรอ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟเลี้ยงทุกส่วนดับหมดแล้ว

 

พี่เลี้ยง งาน Cat (มนุษย์แมว)

อยากจะเล่าถึงตอนที่เริ่มทำงานในฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ หรือ Cataloging Department (เราก็เลยจะเรียกกันย่อๆ ว่าเราอยู่งาน Cat แต่ก่อนแยกภาษาไทย กับภาษาอังกฤษ (แต่รวมภาษาต่างประเทศอื่นๆ) เราก็เรียกชื่อเล่นกันว่า แมวไทย แมวอังกฤษ แปลคำว่า Cat เข้าไปอีก หรือบางทีก็เรียกว่า Cat ไทย Cat อังกฤษ ว่ากันให้นัว แต่เป็นรู้จักกันทั้งตึก เวลาบอกว่าจะไปที่ห้องนี้ ก็จะบอกว่า Cat ไทย ไป Cat อังกฤษ)

พอนึกย้อนกลับไป มองเห็นภาพของการมี Mentor ในงานนี้ ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ตอนนั้นเราไม่รู้เรื่องหรอก ว่าคืออะไร เป็นอะไร รู้แต่ว่าหัวหนัากำลังมอบหมายงานเรา พอกระแสการจัดการความรู้ เข้ามา และมีคำว่า Mentor เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันความรู้ การเรียนรู้งาน การสั่งสอนงาน ก็เลยอยากจะย้อนเวลานึกภาพ และพยายามจับเอาเรื่องการเป็น พี่เลี้ยง ที่ได้รับจากหัวหน้างานมาเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องหน้าที่การงาน ลักษณะนิสัย แนวคิดบางประการ ได้นำมาใช้ แม้ว่าจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ดีเหมือนที่ได้รับ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยตัวเอง และปัจจัยของผู้รับ (คนอื่น) ด้วย Continue reading

แบ่งปัน เรียนรู้ เรื่องสึนามิ ที่ญี่ปุ่น

ได้รับข้อมูลการไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุน ของคุณศรีดา ตัณทะอธิพานิช เลยขออนุญาตส่งต่อ link เพื่อแบ่งปันให้ท่านผู้อื่นด้วยค่ะ เป็นการดูงานที่ศูนย์ป้องกันภัยพิบัติ สึนามิ ที่ School of Engineering, Tohoku University เมืองเซ็นได ประเทศญี่ปุ่น ติดตามได้ที่ FB ของคุณศรีดาค่ะ

มีข้อความนึงที่คุณศรีดา เขียนไว้ และเหมือนกับที่ตัวเองปฏิบัติอยู่ก็คือ มีของจำเป็นใส่เป้ไว้ และหยิบฉวยได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เห็นตัวอย่าง การหยิบของสำคัญออกจากบ้าน เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น จากคุณแม่ เมื่อตอนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ใกล้ๆ บ้าน เพราะแปลกใจว่าคุณแม่ หิ้วกระเป๋า ใบใหญ่พอประมาณ ออกมาใบเดียว อย่างอื่นไม่หยิบ ไม่ขนอะไรออกมาทั้งสิ้น จูงตัวเองและน้องออกมามารออยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนคนอื่นๆ จะช่วยขนอะไรก็ขนไป คุณแม่ได้ทำอะไรอีก มาทราบทีหลังว่า ในกระเป๋าใบนั้น มีเอกสารสำคัญของคนในบ้าน เอกสารสำคัญอื่นๆ ทรัพย์สมบัติอื่นๆ ที่สามารถนำติดตัวไปได้  เพราะอาจต้องมีเหตุจำเป็นต้องใช้ยามฉุกเฉิน  จึงได้เดินตามแบบอย่าง ไว้พร้อมหิ้วเสมอ โดยเฉพาะเมื่อน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เช่นเดียวกัน เราก็เตรียมความพร้อม และก็มีอย่างอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีก เพราะโลกเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนแล้ว จึงต้องมีสิ่งจำเป็นอื่นๆ เพิ่มเข้ามา  (เน้นว่าจำเป็นจริงๆ) เลยขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อจากของคุณศรีดา ตรงนี้เพิ่มอีกนิดนึงค่ะ

 

Library services platforms

ขอแนะนำบทความของ Marshall Breeding เรื่อง Balancing the Management of Electronic and Print Resources เนื่องจากระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่ใช้กันอยู่เดิมนั้น ไม่เอื้อต่อการบริหารจัดการสาารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ที่ห้องสมุดมีให้บริการ  ซึ่ง Marshall ใช้คำว่า “library services platforms” โดยบอกว่าลักษณะที่ว่านี้มีใน  OCLC WorldShare Management Services, Ex Libris Alma, Sierra, Intota, และโอเพ่นซอร์สที่ชื่อว่า Kauli OLE ลักษณะที่สำคัญของ  library services platforms นี้ก็คือ เป็นรูปแบบในการบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศ มีฟังก์ชั่นในการบริหารจัดการสารสนเทศประเภทต่างๆ ที่มีในห้องสมุด

ตอนนี้ยังอ่านไม่จบค่ะ เผื่อคนอื่นๆ จะอ่านได้เร็วกว่า จะได้ช่วยกันเขียนหรือศึกษากันค่ะ อ่านจบเมือไรก็คงจะเขียนขึ้นเผยแพร่ต่อไปค่ะ

นอกเหนือจากบทความนี้แล้ว ถ้าลองค้นจาก Google ด้วยคำว่า Library services platforms ก็จะมีการพูดถึงคำๆ นี้แล้วเหมือนกัน ทั้งของ Marshall เอง และคนอื่นๆ

สนุกกับการเลือกคำดรรชนี (2)

มาฝึกหัดการเลือกคำดรรชนีอีก 1 ตัวอย่างนะคะ ยังเป็นเรื่องแกะรอยโสม อยู่ค่ะ มีข้อความดังนี้

“เรื่องของพันธุ์พืชนี้ เขามีห้องเก็บเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลก สำหรับใช้คุณสมบัติต่างๆ ในการสร้างสายพันธุ์ใหม่ ห้องเก็บเมล็ดพันธุ์นี้ปรับอุณหภูมิไว้ประมาณ -50 องศา ความชื้นประมาณ 10% จะเก็บได้ประมา 150 ปี

ที่เกาหลีมีชุดดินท่าที่สำรวจมาแล้วประมาณ 370 ชุด ทางราชการทำหน้าที่สำรวจดินแดนแนะนำเรื่องการปรับปรุงดิน (ในนิทรรศการมีตัวอย่าง profile ของดินไว้ให้ดูด้วย)

เรื่องการควบคุมศัตรูพืชมีหลายวิธี ประเด็นหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญ คือ การร่วมมือกันระหว่างประเทศ ศัตรูพืชบางชนิดก็มาจากต่างประเทศ เช่น ตั๊กแตนที่มาจากทางตอนใต้ของจีน ถ้าได้ข้อมูลจากบริเวณนั้นจะวางแผนเตือนภัยได้ดีขึ้น ทางราชการมีหน้าที่แนะนำเรื่องสายพันธุ์ที่ต้านทานศัตรูพืชได้ และมาตรการความปลอดภัยในการใช้สารเคมี

ด้านปศุสัตว์ แสดงเรื่องการย้ายฝากตัวอ่อนของโค (Embryo Transfer) เขาอธิบายว่าสั่งเชื้อพ่อพันธุ์จากต่างประเทศ แต่แม่พันธุ์นั้นใช้พันธุ์เกาหลีซึ่งได้คัดพันธุ์จนมีคุณสมบัติเหมาะสมกับภูมิอากาศ เกาหลียังสั่งเนื้อเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ก็จะเลือกประเทศที่ปลอดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคปากและเท้าเปื่อย เขามีมาตรการ เรื่อง การควบคุมโรคในประเทศ” (จากพระราชนิพนธ์ แกะรอยโสม หน้า 55)

ลองอ่านและเลือกคำดรรชนี อีกตัวอย่างหนึ่ง นะคะ แล้วค่อยคลิก Continue reading เพื่อดูว่า เลือกตรงกันหรือไม่ Continue reading

สนุกกับการเลือกคำดรรชนี (1)

หนังสือวิชาการ (มักจะเป็นภาษาต่างประเทศ) มักจะทำดรรชนี หรือ index ไว้ท้ายเล่มของหนังสือ เพื่อเป็นตัวช่วยในการค้นหาเรื่องราวที่ต้องการอ่านว่าปรากฏอยู่ในหน้าใดของหนังสือ คำดรรชนีที่เลือกมานี้จะเป็นคำที่เลือกสรรหรือคัดเลือกว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาเรื่องราวที่ต้องการได้ การที่จะพิจารณาและเลือกคำดรรชนี จึงต้องอ่านอย่างวิเคราะห์ และพิจารณาว่าคำใดที่จะนำมาเป็นดรรชนี

ด้วยขณะนี้กำลังคัดเลือกคำดรรชนีจากหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ทรงบันทึกเรื่องราวการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ที่ล้วนแต่มีองค์ความรู้ทั้งสิ้น ขออัญเชิญบางตอนในหนังสือเรื่อง แกะรอยโสม เพื่อต้องการสื่อให้เห็นว่าเพียง 1 ย่อหน้าในการบันทึกนั้น มีเรื่องราวความรู้ต่างๆ มากมาย และเพื่อเป็นการให้ท่านผู้อ่าน ทดลองเลือกคำดรรชนี จากข้อความต่อไปนี้

“อีกห้องแสดงเครื่องเคลือบ อายุประมาณครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 12 สมัย Koryo ตรงกับสมัยราชวงศ์หยวนของจีน ของที่ตั้งแสดงมีหม้อกำยาน มีฝาเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เหยือกสุรามีบทกวีจีนเกี่ยวกับการดื่มสุราเขียนไว้ กระเบื้องเคลือบสำหรับมุงหลังคา ที่น่าสนใจ คือ เครื่องเคลือบที่มีการฝังลวดลาย มีวิธีการ คือ แคะดินออกตามลวดลาย แล้วใส่ดินผสมสีเข้าไปแทน อีกอย่างหนึ่งที่เขาภาคภูมิใจ คือ เคลือบสีแดง ทำจากสนิมของทองแดงซึ่งเกาหลีใช้มาก่อนที่อื่น ในห้องนี้ยังแสดงมงกุฎของพระเจ้าแผ่นดินและพระราชินีที่ขุดพบในสุสาน ซึ่งสูงถึง 120 เมตร มงกุฎประดับหยกเป็นรูปเขากวางชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ไซบีเรีย ก่อนที่จะไปล่าสัตว์หมอผีจะต้องเอาเขากวางาสวมเป็นสิริมงคล ของที่เป็นมงคลที่ถือกันในสมัยก่อน คือ หยก ดาบสำริด กระจกสำริด” (จากพระราชนิพนธ์ แกะรอยโสม หน้า 15)

ฝึกหาคำดรรชนี ดูนะคะ แล้วค่อยดูว่าตรงกันหรือไม่ หรืออาจจะมีคำที่มากกว่า เมื่อเสร็จแล้ว ค่อยคลิก Continue reading เพื่อดูว่า เลือกตรงกันหรือไม่ Continue reading

สแกนหนังสือ (ในอนาคต?)

เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ได้มาจากการคุยกันเรื่องการดิจิไทซ์เอกสาร  พรรคพวกที่ชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์  ได้ส่งหน้า 117-119 ของหนังสือ เรื่อง Rainbows  End แต่งโดย Vernor  Vinge หนังสือเรื่องนี้แต่งในปี ค.ศ. 2006 และได้รับรางวัล Hugo (Hugo Award for Best Novel)  นิยายยอดเยี่ยม ประจำปี ค.ศ. 2007 จับประเด็นจากการคุยและสรุปจากที่อ่านได้มีดังนี้

เนื่องจากวิธีการสแกนหนังสือโดยทั่วๆ ไปจะต้องพลิกทีละหน้าๆ และต้องแผ่หน้าหนังสือออกมาแต่ละหน้าเพื่อให้กล้องสามารถถ่ายได้

ในหนังสือเรื่องนี้  เขียนถึงการสแกนเอกสาร โดยการย่อยหนังสือ ด้วยเครื่องตัด (หญ้า) ขนาดใหญ่ ซึ่งจะตัดหนังสือย่อยออกมาเป็นชิ้นๆ ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ขนาดฝ่ามือ ในขณะเดียวกันก็ใช้ลมเป่า ในที่นี้ คือ ลมดูดเข้าไปในท่อ ลมจะทำให้เศษกระดาษ (หนังสือ) พัดกระจายตัว ออกจากกัน ซึ่งเสมือนการกระจายหน้าหนังสือออกไป ปัญหาก็คือ หน้าที่กระจายออกไปเหล่านี้ มันเละหมด  จึงใช้หลักการทางซอฟต์แวร์ ทางดิจิทัลเข้ามาช่วย โดยการติดกล้องจำนวนมหาศาล ในหนังสือบอกว่าเป็นพันกล้อง  ถ่ายรูปในลักษณะที่เป็น auto high resolution ในหนังสือไม่ได้บอกรายละเอียดในส่วนนี้ไว้ ถ่ายชิ้นส่วนของหน้ากระดาษ แต่ละชิ้น ทั้งหน้าและหลัง ถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ชิ้นส่วนกระดาษแต่ละแผ่นปลิว เข้าไปในอุโมงค์ ท่อดูดลมใหญ่ ก็จะผ่านการสแกน โดยการถ่ายรูปหลายครั้งด้วยกัน เพราะมีกล้องจำนวนมาก กล้องจำนวนมากเหล่านี้ จะ capture ภาพ พูดง่ายๆ ว่า เป็นการสแกน ขณะที่เศษกระดาษปลิวผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยหวังว่าจะเก็บได้เกือบหมด อาจจะ 90 หรือ 95%  อาจมีบางแผ่นที่ไม่สามารถแสดงหน้าของตัวเองให้ชัดเจนกับกล้องตัวใดตัวหนึ่งใน พันกล้อง  จะเป็นส่วนที่หลุดไป Continue reading

จัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้

เมื่อห้องสมุดมีหน้าที่ในการเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ห้องสมุดแต่ละประเภทสังกัดอยู่ แต่สุดท้ายเป้าหมายของการเก็บนั้น ก็เพื่อให้ทราบว่า มีอะไร มีจำนวนเท่าไร ข้อมูลที่จัดเก็บเป็นอย่างไร จะนำทรัพยากรที่จัดเก็บนั้นมาใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาค้นคว้า ต่อไปได้อย่างไร ทุกข้อคำถามเหล่านั้น เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร งานที่จะทำให้ตอบคำถามเหล่านั้นได้ ก็คงไม่พ้นการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ หรือเมทาดาทาของทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งถือว่าเป็นนางเอกของห้องสมุดเลยทีเดียว

น่าเสียดายในระยะหลังๆ งานที่เป็นนางเอกของห้องสมุดนี้ เริ่มจะขาดแคลนบุคลากรที่มีความเข้าใจในเนื้องาน บุคลากรใหม่ทางด้านห้องสมุด ถ้าให้เลือก มักจะไม่ขอปฏิบัติหน้าที่อยู่ในงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ เคยได้ยินเหตุผล ว่าเนื่องจากมีกฎเกณฑ์เยอะ จำไม่ไหว ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค แต่อย่างใด เพราะไม่ได้ต้องจำกฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานต่างๆ ที่ต้องใช้ในการลงรายการ เพียงแต่มีพื้นฐาน ซึ่งบรรณารักษ์ ทุกคนจะต้องผ่านหลักสูตรหรือวิชา การลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ การวิเคราะห์หมวดหมู่ หรือชื่อในลักษณะทำนองนี้ กฎเกณฑ์อื่นๆ มีคู่มือให้ศึกษาหรือพิจารณาเพิ่มเติมได้ ยิ่งสมัยนี้เป็นในรูปแบบออนไลน์ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้น เพียงแต่ขอให้ใช้คู่มือฉบับภาษาอังกฤษ จะดีกว่า ไม่ใช่ว่าผู้ทำคู่มือภาษาไทยไม่ดี แต่ในบางส่วนถูกลดทอนลงไป เราอาจจะไม่พบในสิ่งที่คู่มือฉบับเต็มก็เป็นไปได้

สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องก็คือ เคยได้ยินว่า หลักสูตรในสาขาบรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ จะตัดรายวิชา การลงรายการ การวิเคราะห์หมวดหมู่ ออกไป ยิ่งรู้สึกเศร้าใจมากขึ้น อย่างไร ยังขอให้มีการเรียนการสอนต่อไป และขอให้เพิ่มแนวคิดในการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ไม่ต้องติดยึดว่า ต้องใช้คำว่า การลงรายการทางบรรณานุกรม เมทาดาทา แต่ขอให้ผู้สอนถ่ายทอดแก่นของการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ว่า หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการลงรายการอะไรก็ตาม ก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้ คิดว่าน่าจะมีคำสำคัญของเนื้อหาวิชานี้ไม่เกิน 4 คำนี้ ดังนั้น ไม่ว่าจะสอนมาตรฐานใด ผู้เรียนก็ย่อมจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ ถ้ามีคำสำคัญ 4 คำนี้ในการปฏิบัติงาน

การจะจัดระเบียบข้อมูล ผู้จัดการข้อมูลก็คงจะต้องเข้าใจทรัพยากรสารสนเทศที่จะจัดเก็บเสียก่อน ว่าคุณลักษณะ คุณสมบัติของสารสนเทศที่จะจัดนั้นเป็นอย่างไร จะเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออธิบายสารสนเทศ จะออกแบบอย่างไร เพื่อให้เก็บข้อมูลได้ครบ สมบูรณ์ที่ควรจะเก็บ จะใช้คำอย่างไร เพื่อให้ค้นได้ ในส่วนคำค้น ก็ต้องมีการปรับการใช้คำ ทั้งนี้ คงต้องให้มองว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าเดิม จะทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการกำหนดคำ หรือจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะเอาศักยภาพของบรรณารักษ์ในการกำหนดคำมาเสริมให้การสืบค้นดียิ่งขึ้น และหลักสำคัญก็คือ ต้องให้หมั่นถึงคำว่า access point ให้มากเวลาลงรายการใดๆ และมองให้ถึงผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ส่วนหน้า เพราะโดยทั่วไป เรายังนึกถึงแต่ในมุมของคนทำงาน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง งานที่ทำกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการก็เลยจะสวนทางกัน

ภัยคุกคามห้องสมุด

อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นภัยคุกคามห้องสมุดอย่างหนึ่ง มั้ยคะ  ลองอ่านดูค่ะ

http://techcrunch.com/2014/07/18/amazon-officially-announces-kindle-unlimited-offering-reading-and-listening-for-9-99-a-month/?utm_campaign=fb&ncid=fb