E-thesis

ขอเล่าประสบการณ์การทำ E-Thesis ที่เคยทำอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และห่างไปอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนี้เริ่มจะกลับเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง

แต่เดิม วิทยานิพนธ์ ที่เป็นตัวเล่ม ทั้งนิสิต นักศึกษา อาจารย์ บันฑิตวิทยาลัย ฝ่ายทะเบียน ต่างเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่จะจบออกมาเป็นเล่ม และจบการศึกษา ถ้าพูดง่ายๆ ในส่วนนี้เป็นต้นน้ำ หลังจากทำวิทยานิพนธ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวเล่มจะถูกส่งไปให้หอสมุดของสถานศึกษาเพื่อจัดเก็บและให้บริการ สถานศึกษา ก็อาจจะรวมถึงห้องสมุดคณะ คณะ และหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยด้วย สมัยตอนที่ผู้เขียนยังเป็นนิสิตปริญญาโท จำได้ว่าต้องทำสำเนา 7 ฉบับ เพื่อส่งให้หอสมุดแห่งชาติ สำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หอสมุดกลาง ห้องสมุดคณะ บัณฑิตวิทยาลัย แต่ไม่ทราบว่าแต่ละแห่งส่งเป็นจำนวนเท่าไร เพราะบัณฑิตวิทยาลัยเป็นผู้จัดส่ง นิสิตมีหน้าที่ในการออกค่าใช้จ่ายในการทำสำเนาตามจำนวนที่กำหนด

ห้องสมุด หรือหอสมุดกลาง เปรียบเมือนปลายน้ำ ที่ตัวเล่มถูกนำมาเก็บและให้บริการที่นี่ แต่ห้องสมุดหรือหอสมุดจะมีบทบาทก่อนจะถึงปลายน้ำก็ตรงที่เป็นแหล่งค้นคว้าหาเอกสารต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ และเป็นออนไลนฺ์ เพื่อประกอบการทำวิทยานิพนธ์

เมื่อเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็น E-Thesis หรือวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็กลับมาเริ่มที่ปลายน้ำ ให้ห้องสมุด/สำนักหอสมุด มาแปลงเป็นดิจิทัล คงทำนองที่ว่า เป็นที่เก็บ ก็ต้องเป็นหน่วยงานที่ทำ แต่เกิดปัญหามากมาย เพราะ เรื่องของไฟล์

ไฟล์ที่ส่งมาไม่ตรงกับตัวเล่มวิทยานิพนธ์ แค่ประเด็นเดียวก็มีหลายกรณี ได้แก่

  • จะถือชุดไหนเป็น official ก็ต้องเอาตัวเล่มเป็นหลัก เพราะผ่านกระบวนการลงนามเสร็จสรรพ บรรณารักษ์ก็พยายาม และอุตสาหะ ปรับแก้ไขไฟล์ให้ตรงกัน ด้วยความทุลักทุเล ส่งแต่ไฟล์ที่เป็นข้อความอย่างเดียวก็มี ทั้งๆ ที่ตัวเล่มมีรูปด้วย ก็ไม่ส่ง ต้องสแกนซ่อม ส่งไฟล์รูปมาเหมือนกัน แต่แยกกัน ใช้กันสารพัดโปรแกรม โปรแกรมวาดรูป โปรแกรมการเขียนแบบทางสถาปัตย์ ฯลฯ ตัดปัญหาสแกนอย่างเดียว
  • ไฟล์ที่ส่งมาไม่ครบจำนวนเนื้อหาตามต้นฉบับ
  • ไฟล์ที่ส่งมาไม่ได้มีการแก้ไขเป็นฉบับปัจจุบันเหมือนต้นฉบับ
  • ไฟล์ที่ส่งมาเปิดไม่ได้ เกี่ยวกับการบันทึก หรือสื่อที่บันทึก
  • ไฟล์ที่ส่งมาเปิดอ่านแล้ว เละเทะ อ่านไม่ได้ คนละ version กัน

แล้วทำไมต้องเป็นบรรณารักษ์หรือคนของห้องสมุด/ สำนักหอสมุด มานั่งทำ และก็แก้ปัญหากันที่ปลายเหตุ เพราะมีโครงการของ สกอ. หรือ จะทำไฟล์อย่างไรก็ไม่มีใครวางนโยบายให้ จะเผยแพร่อย่างไร จะแยกเป็นไฟล์ละบท หรือจะรวมทุกไฟล์เป็นเล่มเดียวเลย ไม่มีใครบอก ในไฟล์ควรใส่เมทาดาทา ควรกำหนดคุณสมบัติอื่นๆ ของไฟล์ ต่างๆ เหล่านี้ ไม่เคยมีความรู้ บรรณารักษ์ต้องเก็บประเด็นปัญหา และแก้ปัญหาไปทีละประเด็น ต้องค่อยๆ ปรับกระบวนการกันไป

ผู้เขียนเคยเสนอความคิดเรื่องการให้นิสิต ส่งไฟล์เข้ามาตั้งแต่โครงร่างวิทยานิพนธ์ ผ่านบัณฑิตวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบ ผ่านไม่ผ่านอย่างไร ทุกอย่างอยู่ในกระแสงาน (workflow) ทั้งหมด ซึ่งต่างประเทศก็ทำกันแบบนั้น ก็ไม่มีใครซื้อความคิดนี้ ยังปฏิบัติกันแบบเดิมไปเรื่อย กระบวนการทำเป็น E-Thesis ก็ยังคงอยู่ที่ห้องสมุด จนเริ่มมีการแก้ปัญหาให้ส่งไฟล์เป็น PDF มา โดยบันทึกลงในแผ่นซีดี ก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้มองกันว่า ควรจะส่งมาตั้งแต่ต้นน้ำ

จนกระแสการตรวจสอบการคัดลอก หรือ Plagiarism เข้ามา จึงได้มีการวางกระแสงานในการส่งวิทยานิพนธ์ใหม่ โดยแทรกกระบวนการตรวจสอบการคัดลอกเข้าไป จะด้วยโปรแกรมอะไรก็ตาม แบบนี้จึงเป็นการเริ่มจากต้นน้ำ คือ นิสิต นักศึกษา ส่งร่างวิทยานิพนธ์ เข้ามาในระบบ (ระบบตรงนี้ คงจะแตกต่างกันไปตามแวดล้อมของแต่ละมหาวิทยาลัย และแต่ละโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอก) เพื่อให้บันฑิตวิทยาลัยตรวจสอบ หรือเจ้าหน้าที่ประจำคณะ ตรวจสอบ อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบด้วยโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอก ส่งผลการพิจารณาไปยังนิสิต นักศึกษา มีการปรับแก้ไข และดำเนินการตามกระบวนการของวิทยานิพนธ์ ระหว่างนิสิต นักศึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา จนจบ สามารถส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ เข้าระบบได้ ไฟล์ของวิทยานิพนธ์ชุดนี้ จะไหลไปเข้าถังของห้องสมุด หรือหอสมุด บรรณารักษ์จะปรับปรุงและเพิ่มเติมเมทาดาทา ให้หัวเรื่อง คำสำคัญ ให้สมบูรณ์ ตามกระบวนการเพื่อให้เข้าถึงวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ก็จะเป็นการเสร็จสมบูรณ์ (ไม่ขอลงในรายละเอียด เพราะแต่ละแห่งจะมีส่วนปลีกย่อยอื่นๆ ไม่เหมือนกัน) ปัญหาและข้อควรระวังต่างๆ ที่เคยพบบรรณารักษ์ก็ได้มีส่วนช่วยเสนอเพื่อกระแสงานมีความสมบูรณ์ และจะมีเรื่องการทำ Template รูปแบบการพิมพ์วิทยานิพนธ์ขึ้นมาก่อนหน้านั้นเล็กน้อย เป็นการเตรียมไฟล์เพื่อให้มีการพิมพ์อย่างถูกต้องตามแบบที่มหาวิทยาลัยโดยบัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

ถัง (หรือฐานข้อมูล หรือระบบ digital management) ข้อมูลวิทยานิพนธ์ที่มีอยู่ก็จะเป็นคลังในการตรวจสอบการคัดลอก ซึ่งถ้ามีมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นข้อมูลในการตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิทยานิพนธ์ที่เป็นภาษาไทย จะมีวิธีการอย่างไร ที่จะนำข้อมูลวิทยานิพนธ์เก่าที่เป็นการสแกน มาใช้ประโยชน์ได้บ้าง ซึ่งน่าเสียดาย และจะทำอย่างไรที่จะตรวจสอบกับวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยแห่งอื่น คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s