นอกลู่การสัมมนา

ช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2557 นอกจากการสัมมนาเพื่อการวางแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานแล้ว ได้เจอคนสวย อย่างไม่คิดว่าจะเจอคนสวยเยอะขนาดนี้มาก่อน (สวยเยอะ ไม่ใช่สวยมาก แต่คือ คนสวยจำนวนมากคน มารวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน) เพราะตรง Lobby ของโรงแรมพลุกพล่านไปด้วยนางงามจากเวที Miss Grand International  มาเก็บตัวที่โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ แต่ละนางช่างสูงซะจริงๆ พี่ๆ หลายท่านเข้าไปขอถ่ายภาพด้วย รวมทั้งแขกของโรงแรมกลุ่มอื่น ก็มาขอถ่ายรูปด้วย เห็นรูปแล้ว สาว 150 ซม. อย่างเราอยู่แค่เอวของนางงามเท่านั้นเอง (ดูในรูปนะคะ)

20140930-Miss-Grand2

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าประกวด Miss Grand International

20140930-Miss-Grand

ผู้เข้าประกวด

20140930-Girls-150

สาวไซส์ 150 CM ยืนเทียบความงาม

น้องที่ทำงาน เลยพูดว่า นึกถึงหนังสือ ชีวิต 150 CM. เราก็อ้าวมีหนังสือเรื่องนี้ด้วยเหรอ ไปค้นๆ ดู ก็เจอหนังสือเรื่อง ชีวิต 150 CM. ผู้เขียน คือ ผู้เขียน Nakagi Naoko (นาโอโกะ ทาคางิ) ส่วนผู้แปล คือ ฤทัยวรรณ เกษสกุล ต้องไปตามหามาอ่านดู

สาว 150 CM

สาว 150 CM

วรรณกรรม 50 เรื่องที่ต้องอ่านก่อนโต

วรรณกรรม 50 เรื่องที่ต้องอ่านก่อนโต เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนากลไกการดำเนินงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัตืกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. …. สนับสนุนโดย สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำวรรณกรรมเยาวชนที่มีคุณค่า สร้างคุณธรรมให้เกิดภายในจิตใจ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกาย ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ อ่านวรรณกรรมเยาวชนชั้นดีที่ส่งผ่านมาหลายยุคหลายสมัย เพื่อให้ครู ผู้ปกครองและบรรณารักษ์ได้มีทางเลือกหาวรรณกรรมเด็กและเยาวชนที่เหมาะสมตรงกับวัย ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการอ่านวรรณกรรมเยาวชน (ติดตามฉบับเต็ม)

ขอสรุปรายชื่อทั้ง 50 เรื่อง ดังนี้ค่ะ  Continue reading

การแสดงผลเขตข้อมูล 505 (สารบัญ)

การลงรายการทางบรรณานุกรมของหนังสือ เขตข้อมูล 505 ซึ่งเป็นเขตข้อมูลสารบัญ บรรณารักษ์มักจะใส่สารบัญของหนังสือ เนื่องจากในระบบห้องสมุดอัตโนมัติ เขตข้อมูล 505 จะถูกกำหนดให้เป็น index หรือสืบค้นได้ (แต่เดิมเมื่อครั้งเป็นบัตรรายการ เขตข้อมูลสารบัญ คงทำหน้าที่เป็นเพียงบอกว่า หนังสือเรื่องนั้นประกอบด้วยเนื้อหาอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถค้นด้วยคำในบัตรรายการได้) ทำให้เป็น access point ที่ดีที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการได้

การใส่สารบัญใน 505 สามารถลงข้อมูลเป็นแบบสมบูรณ์ หรือแบบย่อ หรือลงเป็นบางส่วน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ลงรายการ หรือจะลงเป็นแบบการเลือกคำ ก็ไม่ผิดกติกาอะไร ยังจำได้เมื่อตอนเล่นโปรแกรม CDS/ISIS ในการกำหนดคำค้นเป็น index ด้วยเทคนิคต่างๆ จะมีอยู่วิธีหนึ่ง ด้วยการใช้ เครื่องหมาย <….> คร่อมคำหรือข้อความที่ให้ระบบเก็บเป็นคำค้น วิธีนี้ไฟล์ที่เก็บคำค้นก็จะไม่ใหญ่มาก การประมวลคำค้นก็จะทำได้รวดเร็ว

กรณีที่สารบัญมีจำนวนมาก การพิมพ์สารบัญด้วยภาษาไทย อาจจะมีปัญหาเรื่องความยาวของเขตข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ ทำให้เป็นเรื่องชวนคิดว่า ถ้าพิมพ์สารบัญ (ภาษาไทย) ยาวๆ แล้ว อาจจะมองเป็นพรืดดูเต็มหน้าแสดงผลไปหมด อาจจะปรับวิธีการลงสารบัญได้ เป็นการลงแบบย่อ ข้อความที่เป็นวลี หรือข้อความที่พิจารณาแล้วว่าไม่มีความจำเป็นในการทำเป็น index ก็ไม่ต้องนำมาลง หรือเลือกลงสารบัญเป็นแบบคำๆ (คำที่เป็น index โดยเฉพาะเลย) หรือลงแบบเต็มรูปแบบ ระบบยังรองรับความยาวในการลงข้อมูล อาจจะซ่อนสารบัญไว้ ถ้าต้องการดูค่อยคลิก หรือถ้าเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาระบบไม่รองรับ เพื่อให้การค้นก็ยังสามารถทำได้ด้วย และก็ยังน่าจะแสดงสารบัญได้ทั้งหมดด้วยจะทำอย่างไรดี วิธีหนึ่งของ Library of Congress  ที่เคยเห็น ก็น่าสนใจคือ ทำ link ไปหาสารบัญในหน้าอีกหน้าหนึ่งแทน หรือว่าใส่ข้อมูลสารบัญจาก 505 ไปไว้ที่ 520 (สาระสังเขป) แทน อย่างไรก็ยังอยากเห็นสารบัญ เพราะว่า ยังใช้ประโยชน์นอกจากการค้นได้ด้วยการอ่านข้อมูลจากสารบัญนั้น ไปค้นอย่างอื่น หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นได้อีก

Information Literacy Tutorials

กำลังหาข้อมูลเพื่อศึกษาการทำชุดวิชา Information Literacy Tutorials ค้นใน Google ออกมาบึ๊ม เลยค่ะ มีหลากหลายแบบ ให้เราศึกษา และประยุกต์ใช้ได้ Tutorials เหล่านี้ มักปรากฏอยู่ที่หน้าเว็บของห้องสมุดมหาวิทยาลัย (ต่างประเทศ) อ่านอย่างเร็วๆ จะพบว่า ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 6 โมดูลหลักๆ  อาจจะเริ่มต้นด้วย

  • วิธีการเรียน (เรียนจากการเข้าฟังบรรยาย จาก Tutorials จากห้องปฏิบัติการ หรือทางออนไลน์ การบันทึกคำสอน (note taking) อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารเวลา หนังสืออ่านประกอบ ฯลฯ)
  • วิธีการสืบค้น (เพื่อหาหนังสือ จากห้องสมุด หาบทความจากฐานข้อมูล ฯลฯ)
  • การเขียนผลงานทางวิชาการ (การเขียนรายงานส่งอาจารย์ การหาหัวข้อ การเข้าใจแนวความคิดหลัก การหาแหล่งสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ เพื่อใช้ในการเขียน กระบวนการเขียน ตลอดจนการอ้างอิง ฯลฯ)
  • การทำความรู้จักกับห้องสมุด (การใช้ห้องสมุดอย่างไรให้เกิดประโยชน์ จะได้อะไรจากห้องสมุด ฯลฯ)
  • ความรับผิดชอบต่อการใช้สารสนเทศ (การคัดลอกผลงานทางวิชการ จริยธรรมในการเขียนผลงานทางวิชาการ ลิขสิทธิ์)
  • โมดูลสุดท้าย จะเป็นการทดสอบ

เนื้อหา และการแบ่งย่อยคงแตกต่างกันไปอยู่บ้าง แต่โดยรวมๆ แล้วจะไม่พ้นเรื่องการสร้างบทเรียนที่ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้สารสนเทศอย่างถูกต้อง การใช้แหล่งสารสนเทศที่ดีและเหมาะสมกับบริบทในการใช้ ตลอดจนจริยธรรมในการเขียนผลงานทางวิชาการ

Bibliocycle (จักรยานห้องสมุด)

เห็นรูป Bibliocycle ครั้งแรกนึกว่ารถขายไอศรีมที่เราเห็นกันทั่วไป แต่ที่ห้องสมุดประชาชนบอสตัน (Boston Public Library) ใช้เป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยใช้จักรยานเพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็กๆ ในช่วงหน้าร้อน และเป็นการใช้เวลาในช่วงหน้าร้อนไม่ต้องเสียโอกาสในการเรียนรู้

ฺBibliocycle

 ฺ                          Bibliocycle

โครงการ Bibliocycle เป็นความร่วมมือระหว่าง Boston Public Library (BPL) และ Boston Bikes ทำให้ห้องสมุดนำหนังสือไปตามถนนต่างๆ ได้ หนังสือที่นำไปให้อ่าน ประกอบด้วย ข่าวประกาศ หนังสือขายดี หนังสือทำอาหาร ทำสวน หนังสือรูปภาพ การซ่อมจักรยาน เป็นต้น ยืมได้ไม่เกิน 10 รายการต่อคน การคืนต้องไปคืนที่ห้องสมุดประชาชนบอสตัน รวมทั้งจ่ายค่าปรับที่ห้องสมุดประชาชนบอสตันด้วย จักรยานห้องสมุดนี้จะวิ่งไปตามตลาด งานเทศกาล และกิจกรรมต่างๆ ตามละแวกเพื่อนบ้าน

บรรณานุกรม:

Mayor Walsh Launches Innovative Mobile Reading Initiatives across Boston. Retrieved 20140920 from http://www.bpl.org/press/2014/07/08/mayor-walsh-launches-innovative-mobile-reading-initiatives-across-boston/

Library Lab

จากการฟังบรรยายของ ดร. ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ เรื่อง การให้บริการห้องสมุดสมัยใหม่ : แนวโน้มปัจจุบันและความท้าทายในอนาคต (ในการประชุมวิชาการประจำปี 2557 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) บางตอนของการบรรยาย ได้พูดถึงห้องสมุดขนาดใหญ่มักจะมี ห้องทดลองของห้องสมุด หรือ Library Lab และได้ยกตัวอย่างห้องสมุดประชาชนนิวยอร์ก (New York Public Library) ห้องสมุดแห่งชาติราชอาณาจักร (British Library) ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา เช่น Harvard University, North Carolina State University, University of Michigan รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือ OCLC การมีห้องทดลองของห้องสมุด เพื่อทดลองและคิดค้นรูปแบบบริการห้องสมุดใหม่ๆ เลยสืบค้นด้วยคำว่า Library lab ดู พบเรื่องที่น่าสนใจหลายอย่างเลยทีเดียวค่ะ

เช่น Harvard University มีนวัตกรรมหลายๆ อย่างน่าติดตามอ่านค่ะ ลองเข้าไปดูนะคะ 

New York Public Library เป็นอีก Lab หนี่งที่มีนวัตกรรมเจ๋งๆ ค่ะ เข้าไปอ่านได้ค่ะ

ที่ British Library Lab ก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ

ดูหลายๆ แห่งเพิ่มเติมอีกนะคะ

นิทรรศการพิเศษ “รฦก จิรา จงกล”

จิรา จงกล

                  จิรา จงกล

เนื่องในโอกาสครบ 140 วันพิพิธภัณฑ์ไทย (วันที่ 19 กันยายน 2557) สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “รฦก จิรา จงกล”  ขึ้น ณ บริเวณโถงส่วนหน้า พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ระหว่างวันที่ 12 กันยายน – 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติอาจารย์จิรา จงกล ผู้อำนวยการกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติคนแรก เป็นผู้วางรากฐานกิจการพิพิธภัณฑสถานของไทย

เนื้อหาในนิทรรศการ ประกอบด้วยชีวประวัติอาจารย์จิรา ตั้งแต่วัยเยาว์ ครอบครัว การศึกษา หน้าที่การงาน โดยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบด้านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และงานคณะกรรมการสภาพิพิธภัณฑ์ระหว่างประเทศ (ICOM) และควบคู่ไปกับการสอนที่โรงเรียนช่างศิลป์ และที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับความไว้วางใจในการพัฒนางานพิพิธภัณฑสถาน ให้เป็นไปตามหลักสากล จนกระทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คนแรก เมื่อ พ.ศ. 2518

ผลงานของอาจารย์จิรา จงกลและที่มีผู้อื่นเขียนถึงท่าน

กรมศิลปากร. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย. [กรุงเทพฯ] : กรม, 2532.
จิราจันทร์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ, 2532.
จิรา จงกล. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2527.
จิรา จงกล. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2537.
จิรา จงกล และ วูดเวิร์ด, ไฮรัม จูเนียร์. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2509.
จิรา จงกล. พิพิธภัณฑสถานวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊พ, 2532.
จิรา จงกล. พิพิธภัณฑสถานวิทยา. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร,2520.
จิรา จงกล. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร. พระนคร : กรมศิลปากร, 2510.
เกียรติและงานของสตรี จิรา จงกล ภัณฑารักษ์สตรี. สตรีสาร 31,10(11 มิ.ย. 2521) : 6-7
จิรา จงกล. พัฒนาการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย ในกิจการพิพิธภัณฑสถาน. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากรม, 2517 หน้า 27
จิรา จงกล. ประกาศตั้งราชบัณฑิตยสภา ใน กิจการพิพิธภัณฑสถาน. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2517
จิรา จงกล. พระราชบัญญัติจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ใน กิจการพิพิธภัณฑสถาน. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2517.
จิรา จงกล. ย้อนอดีตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2532

 

 

UI GreenMetric World University Ranking

เว็บไซต์ UI GreenMetric World University Ranking เป็นเว็บไซต์จัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชั้นเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ซึ่งดำเนินการโดย University of Indonesia (UI) โดยกำหนดเกณฑ์ในการประเมิน 6 ด้าน ได้แก่

  1. Setting and Infrastructure (SI) (15%)
  2. Energy and Climate Change (EC) (21%)
  3. Waste (WS) (18%)
  4. Water (WR) (10%)
  5. Transportation (TR) (18%)
  6. Education (ED) (18%)

ปัจจุบัน (2014) มีมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกเข้าร่วมในการจัดอันดับ จำนวน 302 แห่ง ผลการจัดอันดับของปี 2013 University of Nottingham เป็นอันดับ 1 ของโลกส่วนมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มี มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ในอันดับที่ 31 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 39 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อันดัลที่ 49 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 50 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อันดับที่ 53 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 56 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 68 จากมหาวิทยาลัยของไทยที่เข้าร่วมในโครงการจำนวน 13 แห่่ง

รายการอ้างอิง:

Universitas Indonesia. UI GreenMetric World University Ranking. Retrieve 2014-09-17 from http://greenmetric.ui.ac.id/ranking/year/2013

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแ้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

ขอยืมชื่อหนังสือ เรื่อง รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว มาเป็นหัวข้อเรื่องที่จะเขียนถึงในวันนี้ แม้ว่าตัวเองจะยังไม่ได้อยู่ในวัยเกษียณ แต่ชื่อหนังสือ ก็ทำให้หันกลับไปหยิบมาเปิดๆ อ่าน แล้วก็ตกลงใจซื้อมาอ่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวกระมัง ซื้อมาได้พักนึงแล้ว แต่ก็ยังอ่านไม่จบ หันกลับมาอ่านอีกที เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเดือนกันยายน ได้ยินหนาหูเรื่องการนัดวันเลี้ยงอำลาคนเกษียณกัน

ได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงของผู้ที่นับถือหลายคนอยู่เหมือนกัน สอบถามว่า หลังเกษียณมีแผนจะทำอะไรต่อไป ได้ยินคำตอบหลากหลายกันไป เช่น เลี้ยงหลาน พักผ่อน ท่องเที่ยว ยังสอนหนังสืออยู่ (แล้วแต่เชิญเป็นอาจารย์พิเศษ) ยังทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในกรรมการหลายๆ ชุด ฯลฯ (เพราะถึงจะเกษียณ แต่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ของท่านเหล่านี้มีอยู่เพียบ ถ้าไม่ได้มีการวางแผน การจัดการความรู้ ให้ดี ความรู้ที่ท่านเหล่านี้สั่งสมมา คนติดไปกับท่านด้วย)  แต่ก็ไม่ทราบว่าท่านที่เกษียณเหล่านี้ ต้องมีการเตรียมตัวกันบ้างหรือไม่ ได้ทราบมาว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการอบรมสำหรับผู้ที่จะเกษียณ แต่ไม่ทราบว่ามีรายละเอียดในด้านใดบ้าง

วกกลับที่หนังสือเรื่องนี้ เขียนโดย Takashi Hosaka มีชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า RÔGO NO IRAIRA WO SUTERU GIJUTSU แปลเป็นภาษาไทย โดย ดร. บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 บทได้แก่ ลักษณะเฉพาะของความเครียดในผู้สูงอายุ วิธีขจัดความหงุดหงิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น การจัดการกับความไม่มั่นคงของจิตใจ วิธีลดความกังวลใจเรื่องการเสื่อมถอยของร่างกาย ความกังวลเรื่องการเงินเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส การสร้างจุดมุ่งหมายในชีวิตทำให้ลืมความแก่

ความจริง ยังไม่ต้องวัยใกล้เกษียณ (ตามชื่อเลยค่ะ ถ้ารอให้เกษียณ ก็สายเสียแล้ว) 50 ต้นๆ ก็อ่านได้แล้ว ค่ะ เพราะเป็นช่วงเริ่มของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา อ่านแล้วนึกตามก็เห็นแจ้งหลายๆ อย่าง ที่ประทับใจและทำตาม ก็คือ กำลังมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” ในหนังสือเรื่องนี้ หน้า 93 กล่าวไว้ว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า ความสุขของคนเรานั้นเกิดจากการสะสมความรู้สึกประทับใจและความสุขใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ดังนั้น การใช้ชีวิตโดยมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” อย่างตั้งใจ จะเป็นการเติมพลังความสดชื่นให้กับชีวิตประจำวันของเราได้มาก” โดยการเขียนความประทับใจที่พบในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เป็น “เกร็ดความประทับใจ” เพื่อเป็นการหวนนึกถึงความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้นอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับได้สัมผัสความประทับใจเป็นสองเท่า (เชิญชวนค่ะ)

หน้าปกของหนังสือ มีแทรกตัวหนังสือสีแดงไว้ว่า “ไม่ใช่หนังสือเพื่อผู้สูงอายุ” เท่านั้น

การถ่ายทอดความรู้อย่างเหมาะสม

ถ้าเสื้อไม่ขาดเป็นรู ถ้าหาร้านชุนเสื้อในละแวกแถวบ้านได้ ก็คงไม่มีโอกาสค้นเรื่องการชุนผ้า เพราะคิดว่าจะลองชุนผ้าเอง ทราบมาก่อนว่าต้องมีฝีมือ ต้องละเอียด สายตาก็ต้องดี ถ้าชุนผ้าเอง โดยไม่มีอุปกรณ์แบบจักรเย็บผ้า สมัยใหม่ ที่อาจจะมีฟังก์ชั่นหรือปรับวิธีให้ชุนผ้าได้ แต่อยากจะลองทำเอง เลยต้องศึกษาวิธีการชุนผ้า ว่ามีขั้นตอนอย่างไร

ค้นได้หลายเรื่อง ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเขียนอธิบาย ถึงวิธีการชุนผ้า ไปพบเว็บไซต์ของ โครงการระบบ e-learning ของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เรื่อง วิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าแบบการชุน ลองเข้าไปดูวิดีโอ สอนการชุนผ้า เห็นภาพชัดเจนเลย ชุนผ้าได้แน่นอน เหลือแค่ว่าทำได้ดี เนียนเรียบไปกับเนื้อผ้าเก่า หรือจะเป็นขั้นเทพ อีกเรื่องนึง นอกจากวิดีโอ แล้วยังมีสไลด์ มีภาพนิ่ง พร้อมข้อความประกอบ ยิ่งเพิ่มความเข้าใจมากขึ้นอีก

ทำให้นึกถึงรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ หรือการให้ความรู้ที่เป็นลักษณะวิธีการทำ ถ้าใช้การเขียนอธิบาย คงจะไม่ช่วยให้เห็นภาพชัด ต้องมีสื่อที่เหมาะสมในการบันทึกการถ่ายทอดวิธีการทำในแต่ละขั้นตอน เหมือนกับการจะสอนการขี่จักรยาน ไม่น่าจะใช้วิธีการเขียนเพื่ออธิบายว่า จะต้องใช้เท้า ปั่น การใช้แขนบังคับ การทรงตัว คิดว่าไม่ว่าใครที่ขี่จักรยานได้ คงผ่านการสอนจากการขี่จักรยานจริง มีผู้ปกครอง หรือคนรู้จักสอน วิธีการจับแฮนด์ การทรงตัว ฯลฯ และก็สามารถขี่จักรยานเป็น ขี่จักรยานได้ โดยไม่ต้องอ่านวิธีการจากคู่มือ ถ้าจะมีน่าจะเป็นเรื่องของข้อระมัดระวังในการขี่จักรยาน อย่างปลอดภัยมากกว่า หรือเป็นเทคนิคในการขี่หรือปั่นจักรยานมากกว่าจะเป็นการสอนให้ขี่จักรยานเป็น