รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแ้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

ขอยืมชื่อหนังสือ เรื่อง รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว มาเป็นหัวข้อเรื่องที่จะเขียนถึงในวันนี้ แม้ว่าตัวเองจะยังไม่ได้อยู่ในวัยเกษียณ แต่ชื่อหนังสือ ก็ทำให้หันกลับไปหยิบมาเปิดๆ อ่าน แล้วก็ตกลงใจซื้อมาอ่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวกระมัง ซื้อมาได้พักนึงแล้ว แต่ก็ยังอ่านไม่จบ หันกลับมาอ่านอีกที เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเดือนกันยายน ได้ยินหนาหูเรื่องการนัดวันเลี้ยงอำลาคนเกษียณกัน

ได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงของผู้ที่นับถือหลายคนอยู่เหมือนกัน สอบถามว่า หลังเกษียณมีแผนจะทำอะไรต่อไป ได้ยินคำตอบหลากหลายกันไป เช่น เลี้ยงหลาน พักผ่อน ท่องเที่ยว ยังสอนหนังสืออยู่ (แล้วแต่เชิญเป็นอาจารย์พิเศษ) ยังทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในกรรมการหลายๆ ชุด ฯลฯ (เพราะถึงจะเกษียณ แต่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ของท่านเหล่านี้มีอยู่เพียบ ถ้าไม่ได้มีการวางแผน การจัดการความรู้ ให้ดี ความรู้ที่ท่านเหล่านี้สั่งสมมา คนติดไปกับท่านด้วย)  แต่ก็ไม่ทราบว่าท่านที่เกษียณเหล่านี้ ต้องมีการเตรียมตัวกันบ้างหรือไม่ ได้ทราบมาว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการอบรมสำหรับผู้ที่จะเกษียณ แต่ไม่ทราบว่ามีรายละเอียดในด้านใดบ้าง

วกกลับที่หนังสือเรื่องนี้ เขียนโดย Takashi Hosaka มีชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า RÔGO NO IRAIRA WO SUTERU GIJUTSU แปลเป็นภาษาไทย โดย ดร. บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 บทได้แก่ ลักษณะเฉพาะของความเครียดในผู้สูงอายุ วิธีขจัดความหงุดหงิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น การจัดการกับความไม่มั่นคงของจิตใจ วิธีลดความกังวลใจเรื่องการเสื่อมถอยของร่างกาย ความกังวลเรื่องการเงินเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส การสร้างจุดมุ่งหมายในชีวิตทำให้ลืมความแก่

ความจริง ยังไม่ต้องวัยใกล้เกษียณ (ตามชื่อเลยค่ะ ถ้ารอให้เกษียณ ก็สายเสียแล้ว) 50 ต้นๆ ก็อ่านได้แล้ว ค่ะ เพราะเป็นช่วงเริ่มของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา อ่านแล้วนึกตามก็เห็นแจ้งหลายๆ อย่าง ที่ประทับใจและทำตาม ก็คือ กำลังมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” ในหนังสือเรื่องนี้ หน้า 93 กล่าวไว้ว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า ความสุขของคนเรานั้นเกิดจากการสะสมความรู้สึกประทับใจและความสุขใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ดังนั้น การใช้ชีวิตโดยมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” อย่างตั้งใจ จะเป็นการเติมพลังความสดชื่นให้กับชีวิตประจำวันของเราได้มาก” โดยการเขียนความประทับใจที่พบในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เป็น “เกร็ดความประทับใจ” เพื่อเป็นการหวนนึกถึงความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้นอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับได้สัมผัสความประทับใจเป็นสองเท่า (เชิญชวนค่ะ)

หน้าปกของหนังสือ มีแทรกตัวหนังสือสีแดงไว้ว่า “ไม่ใช่หนังสือเพื่อผู้สูงอายุ” เท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s