Open Science

จากการเข้าร่วมการสัมมนา ในหัวข้อเรื่อง Online Information & Education  Conference 2016  เมื่อวันที่ 8 เดือน กันยายน  พ.ศ 2559 จนถึงวันที่  9 เดือน กันยายน พ.ศ 2559 รวมระยะเวลา 2 วัน โดยบริษัท Book Promotion จำกัด ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าสัมมนา วิทยากรและหัวข้อในการบรรยาย มีดังนี้

  1. It’s the freedom to access of information, isn’t it? (by Assoc. Prof. Dr. Sukum Chaleysub)
  2. Libraries and Openness : Opportunities and issue (by Mr. Peter Sidorko, University Librarian, University of Hong Kong Libraries)
  3. Social Mediase and Metrics in Libraries (by Dr. Lee Chu Keong, Nanyang Technological University)
  4. Technological-enhanced Learning : The NUS Experience (by Mr. Ravi Chandra, Director, Centre for Instructional Technology. National University of Singapore)
  5. Connecting Research to the Community (by Dr. Christina Kapp, Director of Research and Curricula, Academy of Asian Scholar)
  6. Increase the visibility of a university: the defined roles of libraries (by Dr. Wong, Woei Fuh, General Manager of Consulting Innovative Education Services)
  7. How open in your library to open science? (by Mr. Louise Jones, University Librarian, The Chinese University of Hong Kong Library
  8. Reviews as a Front End to STM Literature (by Mr. Bruce Antelman)

สรุปผลที่ได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้ มีดังนี้
1. ทำให้มีความรู้เรื่อง Open Science ในแง่มุมต่างๆ มากขึ้น
2. ทำให้ทราบบทบาทของบรรณารักษ์ที่ควรปรับตัวให้สอดรับการเป็นหน่วยงานหรือผู้
สนับสนุนที่ดีในการเป็น Open Science ของมหาวิทยาลัย
3. ทำให้ได้กรณีศึกษาหรือตัวอย่างของห้องสมุดต่างๆ ในต่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็น Open Science เพื่อนำมาศึกษาต่อยอดให้กับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติต่อไป
4. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวิทยากรและบรรณารักษ์จากห้องสมุดหน่วยงานต่างๆ
ทั้งนี้ เนื้อหาจากการสัมมนา สามารถสรุปประเด็นหลัก ได้ดังนี้
Open Science หมายถึง แนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน ในการทำให้ผลผลิตที่เป็นปฐมภูมิของงานวิจัยออกสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารงานวิจัยหรือข้อมูลการวิจัย โดยการเข้าถึงในรูปแบบดิจิทัลที่ไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างใด  ดังนั้น จึงเกิดความสัมพันธ์ตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการทำงานวิจัย จนสิ้นกระบวน ซึ่งสามารถแสดงความสัมพันธ์ได้ในรูปที่ 1

รูปที่ 1 ความสัมพันธ์ของ Open Science

รูปที่ 1 ความสัมพันธ์ของ Open Science

กรอบของ Open Science จึงเป็นมากกว่าความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล มากกว่าการแบ่งปัน และมากกว่าการปฏิบัติตาม ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีโปรแกรมต่างๆ มากมายที่ช่วยให้มีการเข้าถึง สามารถแบ่งปัน และนำไปใช้ได้อย่างมากมายหลากหลายและรวดเร็ว ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 โปรแกรมในการใช้และเข้าถึงในแต่ละกระบวนการ

รูปที่ 2 โปรแกรมในการใช้และเข้าถึงในแต่ละกระบวนการ

ดังนั้น การเป็น Open Science ของมหาวิทยาลัย ควรจะมีลักษณะ ดังนี้
1. จัดหาช่องทางการเข้าถึงงานวิจัยที่กำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยและงานวิจัยที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์
2. ร่วมมือในการทำข้อมูลวิจัยเชิงลึก
3. บริการในฐานะที่เป็นการวิจัยแบบสหสาขาวิชา
4. มีช่องทางในการนำงานวิจัยออกสู่สาธารณะ
5. ประเมินผลกระทบการลงทุนของงานวิจัยที่นอกเหนือจากการถูกนำไปอ้างอิง
6. เชื่อมโยงบริการต่างๆ

ข้อมูลการวิจัย  ประกอบด้วยข้อมูลตั้งแต่การเริ่มต้นงานวิจัย จนเกิดผลสรุปการวิจัย ข้อมูลภาพ และสื่อต่างๆ  ห้องสมุดโดยบรรณารักษ์ ในมหาวิทยาลัยควรจะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการบริหารจัดการข้อมูล และการจัดเก็บรักษาข้อมูลเหล่านี้ บรรณารักษ์ จึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาท ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3บทบาทของบรรณารักษ์

รูปที่ 3 บทบาทของบรรณารักษ์

กล่าวคือ นอกจากบรรณารักษ์จะทำหน้าที่ตั้งแต่เป็น Subject Specialist ในการเป็นผู้ช่วยนักวิจัย (Research supporter) และบทบาทอื่นๆ ที่เป็นงานทางวิชาชีพ เช่น การบริหารจัดการผลงานต่างๆ ที่มีในฐานข้อมูลห้องสมุด การกำหนดเมทาดาทา เพื่อให้มีการเข้าถึงผลงานวิจัย ยังต้องมีบทบาทในการร่วมมือกับภายนอก มีบทบาทในการวิเคราะห์ ประเมิน และสังเคราะห์งานวิจัย รวมทั้งมีบทบาทในการนำองค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมออกสู่ภายนอก

ในส่วนของการนำผลงานวิจัยเผยแพร่สู่สาธารณะนั้น นอกจากเผยแพร่ผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ การเขียนบทความผ่านบล็อก (Blog) สื่อสังคมออนไลน์ และ ผ่านการเขียนแบบ Plain Language Summary (PLS) เนื่องจากการเขียนเชิงวิชาการและวิจัย จะมีลักษณะการเขียนที่เป็นทางการ ประกอบด้วยศัพท์เทคนิคมากมาย การเผยแพร่ด้วยการเขียนแบบ PLS จะช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจง่ายและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม

ตัวอย่างที่สนับสนุนให้เห็นถึงบทบาทของห้องสมุดและบรรณารักษ์ คือ ฐานข้อมูลที่เป็นคลังดิจิทัล และฐานข้อมูลที่เก็บผลงานอันเป็นผลผลิตที่เกิดจากภูมิปัญญาของหน่วยงาน หรือ Institutional Repository (IR) ของห้องสมุดแต่ละแห่งที่วิทยากรสังกัดอยู่ ซึ่งนำเสนอในมุมต่างๆ ที่พยายามให้เห็นถึงการเป็น Open Science ในส่วนของการทำหน้าที่ของห้องสมุดและบรรณารักษ์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s