พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556

โดยที่เอกสารจดหมายเหตุเป็นข้อมูลที่แสดงและอธิบายถึงข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาที่เกิดขึ้นในอดีต การเก็บรักษาและอนุรักษ์เอกสารดังกล่าวไว้ให้มีสภาพสมบูรณ์หรือเกิดความชำรุดเสียหายน้อยที่สุดเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติจึงมีความสำคัญ สมควรกำหนดให้มีระบบการเก็บรักษา อนุรักษ์ และการคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษา การค้นคว้าหรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

รายละเอียดของพระราชบัญญัติ

รายการอ้างอิง:

พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556.  (2556, 13 มีนาคม) เล่ม 130 ตอนที่ 23 ก หน้า 1-7.  ค้นคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2557 จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/A/023/1.PDF

จดหมายเหตุ

ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องการดำเนินงานหอจดหมายเหตุ เลยขุดๆ หาข้อมูล เพื่อเสริมความรู้จากที่ตัวเองมีอยู่ แต่ก็ขอนำข้อมูลในด้านต่างๆ มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ (คงมีมาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ค่ะ)

การบริหารจัดการหอจดหมายเหตุ งานจดหมายเหตุ

กรมศิลปากร. (2542). วิชาการพื้นฐานการบริหารและจัดการงานจดหมายเหตุ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร

กรรณิกา ชีวภักดี. (2543). “หอจดหมายเหตุแหล่งข้อมูลราชการสู่สาธารณะ”. วารสารกรมประชาสัมพันธ์ 5,5 (มิ.ย.) : 29-30

จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์. (2553). “การส่งมอบเอกสารประวัติศาสตร์ และการทำลายเอกสารราชการ”. ศิลปากร 53,2 (มี.ค.-เม.ย.) : 38-53

ชลทิชา สุทธินิรันดร์กุล. (2525). จดหมายเหตุ : การจัดและบริการ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดาวเรือง แนวทอง. (2544). “การจัดทำฐานข้อมูลเอกสารจดหมายเหตุด้วยโปรแกรมจัดเก็บเอกสารอัตโนมัติ ELIB (Electronic Library on Web)”.จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 5(มิ.ย.-พ.ค.) : 13-14

ดาวเรือง แนวทอง. (2549). “การบริหารและดำเนินงานจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทย”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการจดหมายเหตุและเอกสาร) มหาวิทยาลัยศิลปากร

ดาวเรือง แนวทอง. (2548). “แนวทางการจัดตั้งหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 8 (มิ.ย. 2547-พ.ค. 2548) : 98-108

ดาวเรือง แนวทอง. (2545). “อาคารหอจดหมายเหตุ ในภูมิภาคเขตร้อน”. โดมทัศน์ 23,2(ก.ค.-ธ.ค.) : 54-66

ทรงสรรค์ นิลกำแหง. (2517). “การบริหารงานจดหมายเหตุในประเทศไทย” วิทยานิพนธ์ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นฤมล เจริญเผ่า. (2529). “หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย : แนวทางเพื่อการเริ่มต้น”. วารสารวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8, 2 (ต.ค.) : 38-44

นัยนา แย้มสาขา และพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ. (2555). “การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วย คณะทำงานเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและฟื้นฟูเอกสารจดหมายเหตุแห่งอาเซียน ครั้งที่ 2”. ศิลปากร 55,1(ม.ค.-ก.พ.) : 46-59

บุศยารัตน์ คู่เทียม. (2546). “สถาบันจดหมายเหตุ”. ศิลปากร 46,3 (พ.ค.-มิ.ย.) : 55-65

เบญจา รุ่งเรืองศิลป์. (2553). “งานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. วารสารห้องสมุด 54,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 39-50

ปถพีรดี. (2546). จดหมายเหตุแห่งชาติ

ประสิทธิ์ รัตนพันธ์. (2545). “จดหมายเหตุ”. วารสารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ 1,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 41-45 Continue reading

Open Archival Information System (OAIS) : ระบบสารสนเทศจดหมายเหตุแบบเปิด

Open Archival Information System Reference Model หรือ OAIS Reference Model พัฒนาโดย The Consultative Committee for Space Data Systems (CDSDS) เป็นกรอบแนวความคิด (conceptual framework) เพื่ออธิบายคุณลักษณะที่จำเป็นของระบบสารสนเทศจดหมายเหตุ ซึ่งนับว่าเป็นก้าวแรกในการจัดทำมาตรฐานอย่างเป็นทางการสำหรับการจัดเก็บสารสนเทศในระยะยาว (Long –term archiving) กับข้อมูลทางอวกาศ

คำว่า Open Archival Information System หรือ ระบบสารสนเทศจดหมายเหตุแบบเปิด บางครั้งอาจสร้างความเข้าใจผิดได้ จากคำว่า “Open” เพราะว่า “Open” ในที่นี้ หมายถึง การพัฒนา คำแนะนำ และมาตรฐาน ที่ถูกสร้างขึ้นในกลุ่มที่มีความสนใจเดียวกันอย่างเปิดเผย แต่ไม่ได้หมายความว่า การเข้าถึงระบบนั้นจะไม่มีการจำกัด

กล่าวได้ว่า OAIS คือ ระบบจดหมายเหตุที่ประกอบด้วย กลุ่มคนและระบบ ที่ได้ทำข้อตกลงและรับผิดชอบร่วมกันในการสงวนรักษาสารสนเทศ และทำให้สามารถเข้าถึงได้ในกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ซึ่งทำให้ OAIS นี้ แตกต่างจากระบบอื่นที่ใช้คำว่า “archive” อ่านรายละเอียดบทความ

เล่าเรื่องงานจดหมายเหตุ

ตามที่มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2548 กำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องส่งมอบเอกสารที่มีอายุครบ 20 ปี ให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
Continue reading

การบริหารเอกสารจดหมายเหตุ

จดหมายเหตุ (archives) หมายความว่า
1.เอกสารต้นฉบับ (original) ซึ่งสิ้นกระแสการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือสถาบันเอกชนที่ผ่านการวินิจฉัยว่ามีคุณค่าสมควรเก็บรักษาไว้ตลอดไป เรียกว่า “เอกสารจดหมายเหตุ” (Archival Material)
2. หน่วยงานที่มีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ สงวนรักษา และให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ เรียกว่า หน่วยงานจดหมายเหตุ (Archival agency)
3. อาคารที่เก็บรักษาเอกสารจดหมายเหตุ เรียกว่า หอจดหมายเหตุ (Archival Repository)
Continue reading