ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อย ให้ได้มาก

ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อย ให้ได้มาก โดย โยะชิโอะ ยะซุดะ แปลโดย โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ เสนอแนวคิดในการ “ทิ้ง” บางอย่าง แม้ว่ามันจะยังคงมีความสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์กลับมาที่ดีกว่า 100 เท่าตัว

ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อย ให้ได้มาก

ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อย ให้ได้มาก

ผู้เขียนแบ่งข้อคิดในการทิ้งออกเป็น 4 ตอน ตอนที่ 1 เวลา ตอนที่ 2 เงิน ตอนที่ 3 คน ตอนที่ 4 สามัญสำนึก แต่ละตอนแบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ อีกประมาณ 5-10 เรื่อง ที่ชวนให้คิด ชวนให้ทิ้ง

ขอยกตัวอย่าง เรื่องที่ให้ชวนให้ทิ้ง เรื่องเวลา คือ เรื่องขยันไม่ถูกจุด พยายามไม่ถูกทาง ชีวิตก็ย่ำอยู่ที่เดิม แค่เห็นชื่อก็พอจะรู้ว่า ทำงานไม่ถูกทาง เพราะยังมีความคิดเดิมอยู่ว่า ต้องขยันทำงานทุ่มเทเวลา เพื่อจะทำงานให้เร็วขึ้น เพื่อให้ได้งานมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ความขยัน หรือความพยายามไม่ใช่เรื่องดี แต่ควรต้องทิ้งวิธีการทำงานที่เหมือนกับคนอื่น แล้วหันมาคิดหาวิธีใหม่ๆ ที่จะสร้างผลงานให้ได้มากกว่าเดิม เพราะมัวแต่ทุ่มเทเวลา จนไม่มีเวลามาพิจารณากระบวนการงานทำงานที่ให้แตกต่างจากคนอื่น และเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าคนอื่น

แค่เรื่องแรกก็รู้สึกโดน (ใจ) ยังมีอีกหลายเรื่องหลายตอน น่าติดตามอ่านค่ะ  ในเมื่อสิ่งที่เก็บไว้มากมายไม่พาคุณไปถึงไหน จะดีกว่าไหมถ้าลองทิ้งไปสัก 1 อย่าง เพื่อแลกกับชีวิตที่ดีขึ้นเป็น 100 เท่า! (ข้อความจากปกหลัง)

รายการอ้างอิง
โยะชิโอะ ยะซุดะ. ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อย ให้ได้มาก แปลโดย โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์. กรุงเทพฯ : วีเลิร์น, 2558.

การทำงานแบบมะเขือเทศ (โพโมโดโระ)

อาจารย์ธงชัย โรจน์กังสดาล ได้ส่งบทความ เรื่อง  การใช้มะเขือเทศช่วยทำงานในยุคไอที เป็นเทคนิค Pomodoro คือ ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เป็นเวลา 25 นาที และหยุดพัก 5 นาที ดังนั้น ในเวลา 1 ชั่วโมง เราจะทำงานสองช่วงเวลา และหยุดพักสองครั้ง การตั้งใจจดจ่อทำงานอย่างเต็มที่สลับการหยุดพัก ทำให้สมองได้พักผ่อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติ

คำถามแรกของวัน ตื่นเช้ามาแล้วอยากทำอะไร

บทความ เรื่อง คำถามแรกของวัน น่าสนใจค่ะ เขียนโดย  คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ผอ.สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เขียนในประชาชาติธุรกิจ เล่าเรื่อง ผู้บริหารองค์กรแห่งหนึ่งคุยกับลูกน้อง หลังจากฟังไปซักพัก ผู้บริหารได้ถามคำถามหนึ่งขึ้นมาว่า “ตื่นเช้ามา คุณมีความรู้สึกอยากทำอะไร อยากเปลี่ยนแปลงโลก อยากสร้างของ อยากทำการค้า หรือมีความอยากจะรู้เรื่องอะไรลึก ๆ เป็นพิเศษ”

ถ้าตื่นมาอยากเปลี่ยนแปลงโลก อยากเปลี่ยนแปลงอะไรรอบตัว ทางที่คุณน่าจะพัฒนาต่อคือ Leadership

ถ้าคุณตื่นมาแล้วอยากสร้างอะไร สนุกกับการหาสตางค์ อยากขยายอาณาจักร มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองสร้าง ก็น่าจะพัฒนาไปในทาง Entrepreneurship

ถ้าคุณตื่นมาแล้วอยากรู้อะไรลึก ๆ ประเภทแฟนพันธุ์แท้ กระหายอยากได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตลอดเวลา ก็น่าจะพัฒนาไปในทางที่เป็น Expert

อ่านต่อเลยค่ะ ที่ http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1428380214

รายการอ้างอิง

ธนา เธียรอัจฉริยะ. คำถามแรกของวัน. ประชาชาติธุรกิจ สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1428380214

ข้อคิดสำหรับคนทำงานจากฤทธิ์มีดสั้น

อาจารย์ธงชัย โรจน์กังสดาล จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุณาส่งบทความมาลงเพื่อแบ่งปันข้อคิด  เรื่องแรกที่อาจารย์ส่งมา คือ ข้อคิดสำหรับคนทำงานจากฤทธิ์มีดสั้น ไม่แน่ใจว่า สมัยนี้จะรู้จักนวนิยายจีน เรื่อง ฤทธิ์มีดสั้น หรือเปล่า แต่เป็นนวนิยายจีนที่ดังมาก  อาจารย์ธงชัย ได้สะท้อนข้อคิดจากตัวละครเรื่องนี้ในมุมมองของการทำงาน ออกมาได้ 3 ประเด็น คือ อาวุธภายนอกไม่สำคัญเท่าผู้ใช้อาวุธ   สร้างแบนด์ประจำตัวและเก่งด้านนั้น และฝึกทักษะสำคัญอยู่เสมอ อ่านเลยค่ะ ข้อคิดสำหรับคนทำงานจากฤทธิ์มีดสั้น อาจารย์ธงชัยเขียนได้สนุกและสาระด้วย

บัณฑิต “ลิงจับหลัก”

ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ได้แสดงทัศนะในเรื่องการทำงานของบัณฑิตในยุค Me Generation ติดตามอ่าน

6 เทคนิค ทำงานให้ถูกใจหัวหน้า

ถ้าลองทำตาม 6 วิธีนี้ รับรองงานสำเร็จ และเป็นที่ปลื้มของเจ้านายอย่างแน่นอน

  1. มีการพัฒนาอยู่เสมอ มุ่งหาโอกาสใหม่เพื่อสร้างคุณค่าให้กับหน่วยงานเสมอ มีข้อแนะนำใหม่ๆ มาคุยกับหัวหน้า ไม่ละเลยภาพรวมขององค์กร
  2. เป็นเจ้าของ ให้มองในมุมกลับว่า ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการ เราอยากได้อะไร คาดหวังอะไร
  3. ไม่มีข้ออ้าง เมื่อตั้งใจทำสิ่งใด ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง และผลักดันให้ถึงที่สุด อย่าหาข้ออ้างให้กับตัวเองซึ่งเป็นเหตุให้งานหยุดชะงัก
  4. มองไปข้างหน้า แบ่งสัดส่วนการทำงานให้ชัดเจน เลือกมองอนาคตมากกว่าปัจจุบัน และอย่าจมอยู่กับอดีตที่ผิดพลาด คนที่เป็นเจ้านายหรือหัวหน้า จะรู้สึกสบายใจกว่า หากลูกน้องมีการวางแผนและรู้ทิศทางในการดำเนินงานชัดเจน
  5. อย่ามาพร้อมกับปัญหา ให้มาพร้อมทางแก้ไข คงไม่ดีแน่ถ้าจะหยิบยื่นปัญหาให้เจ้านายบ่อยๆ โดยไม่มีทางเลือกติดตัวไปเลย ให้เวลาตัวเองในการค้นคว้า ใช้ความคิดสร้างสรรค์หาทางออก จำไว้ว่า ปัญหาเกิดขึ้นได้ ให้ถือความผิดพลาดนั้น เป็นครู แต่อย่าเจอครูอย่างนี้บ่อยๆ
  6. ทีมทำงานที่ดี ทุกฝ่ายควรเข้าใจและเข้าขากัน ต้องมีการคุยกันว่า ทำได้หรือไม่ เพราะอะไร ถ้าไม่ได้จะปรับเข้าหากันอย่างไร

 

สแควก! (Squawk!) บทเรียนความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ฉบับผู้จัดการนกนางนวล

ผู้เขียนเขียนถึงการบริหารงานผ่านนกนางนวลที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝูง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอันส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของสมาชิก ล้วนแล้วแต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ดีของผู้จัดการนก นางนวล แต่ก็ยังคิดได้และยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นผู้นำที่ยิ่ง ใหญ่ด้วยคุณธรรม 3 ประการ

1. นกนางนวลสร้างเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการโฉบเข้าไปจัดการลูกทีมให้อยู่ใน ร่องในรอย แต่ถ้าเป็นผู้จัดการที่เหนือชั้น จะทำให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยให้มีความแน่ใจว่า มีการกำหนดความคาดหวังอย่างถูกต้องตรงกัน
2. นกนางนวลไม่ค่อยแวะเวียนมาดูแล จึงก่อให้เกิดปัญหาวุ่นวายตามมาอย่างมากมาย แต่ผู้จัดการเหนือชั้นจะหมั่นทำการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีอยู่เสมอ
3. ผู้จัดการนกนางนวลบริหารผลงานของทีมด้วยการด่าว่าเกรี้ยวกราด แต่ผู้จัดการที่เหนือชั้นหมั่นแสดงความเห็นเชิงบวกและลบตามสมควร

ความคาดหวังที่ถูกต้องตรงกัน:
ต้องมีการพิจารณาแล้วว่า สิ่งที่ต้องการจากลูกน้องคืออะไร และจะวัดประเมินผลงานของพวกเขาอย่างไรในอนาคต ทำความตกลงและข้อผูกพันในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

การสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าในอันดี:
มีปฏิสัมพันธ์กับลูกน้อง สังเกตสิ่งที่ลูกน้องพูดและกระทำ เปิดปากคุยเรื่องงานกันอย่างตรงไปตรงมา การสื่อสารจะเป็นที่เข้าในกันได้ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นถี่ๆ และใช้ภาษาที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน

การบริหารผลงาน:
ให้ความสนใจต่อผลงานของลูกน้องทุกคน ชมเชยบ่อยๆ แสดงออกอย่างชัดเจน การบริหารผลงานอย่างสม่ำเสมอด้วยการผลักดัน ด้วยการส่งเสริมความพยายาม หรือการกระทำที่ประสบผลสำเร็จ และคอยปรับการกระทำที่ออกนอกลู่นอกทาง

สามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.SeagullManager.com ประกอบด้วยบทความ บททดสอบ ที่ช่วยชี้ให้เห็นว่า คุณจะกลายเป็นนกนางนวลเมื่อไร และมี Goal Tracking System ที่ช่วยคุณวางแผนแนวทางปฏิบัติเพื่อการเปลี่ยนแปลง และทำให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของตัวเองได้ในคราวเดียวกัน

คน 4 จำพวก

การเรียนรู้เรื่องคนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะคนก็ยังแบ่งได้เป็น 4 จำพวก และมีลักษณะที่แตกต่างกันมาก ดังนี้ (ประชุมสุข อาชวบำรุง : 2523)

  1. ผู้นำ มีจำนวนน้อย (ประมาณ 5%) มีลักษณะริเริ่มสร้างสรรค์ และมักมีความรู้สึกพิเศษอยู่เสมอ เป็นผู้วางแนวทาง คนต้นคิด รับผิดชอบ วางมาตรการ สร้างความเชื่อมั่น รักษาอารมณ์ได้ และอำนวยการให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปได้
  2. ผู้รับผิดชอบ (ประมาณ 25-30%) เป็นพวกที่เชื่อถือได้ ไว้ใจได้ที่จะมอบหมายให้ดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ ให้การสนับสนุน และช่วยเป็นปากเป็นเสีียงให้ได้ เป็นหมู่คนที่น่านิยมมากที่สุด
  3. ผู้คล้อยตาม (ประมาณ 45%) เป็นหมู่ใหญ่ที่สุด เป็นผู้ที่จะตอบสนองการชักชวนต่่างๆ มากบ้าง น้อยบ้างตามสมควร
  4. ผู้เฉื่อยชา (The inert fifth) มีอยู่ประมาณ 20% จัดเป็นพวกตกค้าง (Resideum) ไม่ว่าจะหาวิธีชักชวนอย่างไร ไม่ว่าหลักการจะถูกต้องเพียงไร พวกนี้ไม่มีวันร่วมมือ

รายการอ้างอิง:

ประชุมสุข อาชวบำรุง.”เราจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับคนในการหาทุน” หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ศาตราจารย์ ดร. แถบ นีละนิธิ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523.

คุณมีนิสัยอย่างไร??? ในที่ทำงาน

บางทีนิสัยของพนักงานหรือเพื่อนร่วมงาน อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกมองทั้งในแง่บวกและแง่ลบได้ ลองดูนิสัยบางอย่างต่อไปนี้นะคะ

  •  เงียบ ไม่พูดไม่จา แสดงว่า เป็นคนชอบฟังมากกว่าพูด มีสมาธิในการทำงาน แต่อาจถูกคิดว่า คุณอารมณ์ไม่ดีและเข้าใจยาก
  • มีเพื่อนมาก แสดงว่า เป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่อาจถูกมองว่า คุณเอาเวลาไปยุ่งเรื่องคนอืนมากไป เสียเวลาทำงานเปล่า
  • เสียสละ แสดงว่า คุณเหมาะกับการทำงานเป็นทีม แต่เพื่อนอาจโยนงานทุกอย่างให้รับผิดชอบคนเดียว เพราะคุณไม่เคยปฏิเสธ
  • กล้าพูด ตรงไปตรงมา หลายคนชอบฟังการแสดงความคิดเห็นของคุณ แต่อาจทำให้คนอื่นรู้สึกลำบากใจ และการพูดตรงๆ อาจสร้างความเจ็บปวดใหคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ
  • ชอบปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แสดงว่า คุณเป็นคนน่าไว้ใจและเชื่อถือได้ แต่ถ้าคุณเคร่งครัดมากไป เพื่อนอาจจะมองว่า คุณไม่มีน้ำใจ

 

คุณเป็นผู้ฟังที่ดี…???

การเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ใช่ ฟัง..อย่างเดียว ผู้ฟังที่ดีต้องรู้จักเลือกฟังอย่างฉลาด ด้วยวิธี…

  • เลือกฟังเฉพาะจุดสำคัญของเรื่อง (Maintain focus) รู้จักฟังเฉพาะที่เป็นจุดสำคัญ ไม่ใช่เก็บรายละเอียดที่ไม่มีประโยชน์ การจ้องตาผู้พูด จะแสดงถึงความใส่ใจ และสังเกตได้ว่าสิ่งที่ผู้พูดๆ ออกมาจากใจจริงหรือไม่
  • ไม่ตัดสินใจแทนผู้อื่น (Listening is not arguing) ไม่ควรตัดสินใจแทนผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าเพื่อนมาปรับทุกข์ การฟังที่ดีควรรู้จักแยกแยะเรื่องเขาเรื่องเรา เพราะไม่มีใครสามารถตัดสินชะตาชีวิตแทนใครได้
  • ย้ำถึงสิ่งที่ผู้พูดไปแล้วให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (Repeat afterward) การฟังในที่ประชุม นอกจากจะต้องฟังอย่างตั้งใจ ยังต้องทบทวนและทำความเข้าใจกับผู้พูด เพื่อย้ำให้ชัดเจนว่าเข้าใจตรงกัน
  • เลือกที่จะอยากฟัง (Choose to listen) ถ้าัยังไม่พร้อมที่จะฟัง หรือเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจ สามารถบอกปฏิเสธได้โดยอาจให้เหตุผลว่า พร้อมที่จะฟังหากมีเวลาว่าง แต่ถ้าผู้พูดอยากจะพูด ให้สรุปรวบยอดแต่เฉพาะใจความสำคัญ