การเขียนบทความวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ

คุณจุมพล เหมะคีรินทร์ ได้ให้ข้อสังเกตในการเขียนบทความวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ จากประสบการณ์ที่ทำหน้าที่บรรณาธิการ ไว้ดังนี้

  • ควรเป็นเรื่องที่อ่านง่าย เนื้อหาไม่ซ้บซ้อน
  • เรื่องที่ยาก ควรมีตัวอย่าง เพื่อให้เรื่องนั้นไม่ยากจนเกินไป
  • รู้จักใช้ภาษาเชิงวรรณศิลป์ แต่ถ้าไม่สามารถ ควรให้ภาษาสื่อสารแบบตรงๆ ง่ายๆ
  • มีอารมณ์ขัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคนอ่านทั่วไปจะชอบและประทับใจเรื่องที่มีอารมณ์ขัน

ส่วนการเขียนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ อ่านยาก ทั้งๆ ที่เนื้อหาไม่ได้ซ้บซ้อน ลำดับความไม่ดี ไม่ลื่นไหลหรือสอดรับกันเท่าที่ควร ใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป บางคำไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ทำให้เข้าใจยาก และไม่น่าอ่าน  มีข้อมูลมากเกินไป และยังติดกลิ่นนมเนย กรณีที่เป็นเรื่องแปล ติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บนี้ค่ะ http://www.nstda.or.th/sci2pub/thaismc/sci-communication/success-article.pdf

การสื่อ (สาร) วิทยาศาสตร์ ด้วยงานเขียน

ผู้เขียนมีโอกาสเข้ารับการอบรม เรื่อง ขีดเขียนงานวิทย์ ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน พ.ศ. 2556 ซึ่งฝ่ายสื่อวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดขึ้น  เพราะอยากรู้ว่า จะมีวิธีการเขียนทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ได้ดี อย่างไร  สำหรับคนไม่ได้จบมาทางสาขาวิทยาศาสตร์ แต่ต้องดูแลการเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ข้อมูล และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ วิทยากรท่านหนึ่งของหลักสูตรนี้ ได้แบ่งปันประสบการณ์ความเป็นนักเขียนของอาจารย์ ในหัวข้อ “การสื่อ (สาร) วิทยาศาสตร์ ด้วยงานเขียน”  ความว่า การเขียนอย่างมีประสิทธิภาพนั้น หมายถึง เขียนอย่างถูกต้อง เขียนอย่างน่าอ่าน ซึ่งการเขียนอย่างถูกต้อง เป็นศาสตร์ ส่วนการเขียนอย่างน่าอ่านนั้น เป็นศิลป์ ต้องมีทั้งสองส่วนอยู่ด้วยกัน การเขียนอย่างถูกต้องนั้นเริ่มจากการเขียนคำ สะกดคำให้ถูกต้อง และควรใช้พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เป็นมาตรฐานสำหรับใช้ในการเขียนหนังสือไทย ปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยนสถาน เป็นฉบับปี พ.ศ. 2554

การจะเขียนหนังสือให้ถูกต้อง ต้องฝึก อ่านและเขียนให้ถูกต้อง ดร. นำชัย ได้ยกตัวอย่าง คำที่มักจะอ่านผิด และเขียน

ตัวอย่าง คำที่มักจะอ่านผิด

  • กรกฎาคม (อ่านได้ 2 แบบ คือ กะ-ระ-กะ-ดา-คม หรือ กะ–รัก–กะ–ดา–คม)
  • กรรมาธิการ (อ่านว่า กำ-มา-ทิ-กาน)
  • คริสต์ศตรวรรษ (อ่านว่า คริดฺ–สะ–ตะ–วัด)
  • โฆษณา (อ่านว่า โคด–สะ–นา)
  • จันทรุปราคา (อ่านได้ 2 แบบ คือ จัน–ทฺรุ–ปะ–รา– คา, จัน–ทะ–รุบ–ปะ–รา–คา)
  • ปรมาณู (อ่านได้ 2 แบบ คือ ปะ–ระ–มา–นู, ปอ–ระ–มา–นู)
  • ศาสตราจารย์ (อ่านได้ 2 แบบ คือ สาด–ตฺรา–จาน, สาด–สะ–ตฺรา–จาน)
  • ปรากฏการณ์ (อ่านได้ 2 แบบ คือ ปฺรา–กด–กาน, ปฺรา–กด–ตะ–กาน)
  • มลพิษ (อ่านว่า มน–ละ–พิด)
  • กลไก (อ่านว่า กน-ไก)
  • กายภาพ (อ่านว่า  กาย–ยะ–พาบ)
  • สมการ (อ่านว่า สะ–มะ–กาน, สม–มะ–กาน)
  • สมดุล (อ่านว่า สะ–มะ–ดุน, สม–ดุน)
  • สารสนเทศ (อ่านว่า สา–ระ–สน–เทด, สาน–สน–เทด)

ตัวอย่าง คำที่มักจะเขียนผิด

  • กิตติกรรมประกาศ หรือ กิติกรรมประกาศ  (คำที่เขียนถูกต้อง คือ กิตติกรรมประกาศ
  • ทแยง หรือ ทะแยง (คำที่เขียนถูกต้อง คือ ทแยง)
  • กล้องโทรทัศน์ หรือ กล้องโทรทรรศน์ (คำที่เขียนถูกต้อง คือ กล้องโทรทรรศน์)
  • บาดทะยัก หรือ บาดทยัก (คำที่เขียนถูกต้อง คือ บาดทะยัก)
  • เบรก หรือ เบรค (ที่แปลว่า เครื่องห้ามล้อ) (คำที่เขียนถูกต้อง คือ เบรก)
  • ปฏิกิริยา หรือ ปฏิกริยา (คำที่เขียนถูกต้อง คือ ปฏิกิริยา)
  • เปอร์เซนต์ หรือ เปอร์เซ็นต์ (คำที่เขียนถูกต้อง คือ เปอร์เซ็นต์)
  • ภาพยนตร์ หรือ ภาพยนต์ (คำที่เขียนถูกต้อง คือ ภาพยนตร์)
  • มาตราฐาน หรือ มาตรฐาน (คำที่เขียนถูกต้อง คือ มาตรฐาน)
  • อิเล็กทรอนิคส์ หรือ อิเล็กทรอนิกส์ (คำที่เขียนถูกต้อง คือ อิเล็กทรอนิกส์)

การเขียนในภาษาไทย มักจะพบคำที่นำมาจากภาษาต่างประเทศ โดยใช้วิธีการบัญญัติศัพท์และการทับศัพท์ ซึ่งก็ควรใช้ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน ในการอ้างอิงให้เขียนอย่างถูกต้อง เช่น คำว่า

  •  X-rays เขียนทับศัพท์ เป็น รังสีเอกซ์ ไม่ใช่รังสีเอ็กซ์
  • Tablet เขียนว่า แท็บเล็ต ไม่ใช่ แทบเลต
  • World เขียนว่า เวิลด์ ไม่ใช่ เวิร์ลด์

รวมทั้งการเขียนที่ต้องคำนึงถึงอีกในเรื่อง การเขียนตัวย่อ หน่วยวิทยาศาสตร์ ชื่อสาขาย่อยด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น  โดย วิทยากรได้แนะนำแหล่งอ้างอิงทั้งที่เป็นหนังสือและเว็บไซต์ เพื่อให้ใช้เป็นคู่มือในการอ่านและเขียนได้ถูกต้อง ได้แก่

  •  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. … (ปัจจุบันปี 2554)
  • อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน
  • พจนานุกรม ศัพท์วิทยาศาสตร์ อังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

ซึ่งหลักๆ ก็คือราชบัณฑิตยสถาน ดังนั้น ใช้เว็บของราชบัณฑิตยสถาน http://www.royin.go.th/th/home/index.php  เป็นหลักในการตรวจสอบคำเพื่อให้อ่านและเขียนได้อย่างถูกต้อง

บทบาทบรรณาธิการในการพัฒนางานเขียน

สืบเนื่องจากหลักสูตรการอบรม เรื่อง ขีดเขียนเรื่องวิทย์ เมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2556 ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยฝ่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านมา วิทยากรอีกท่านหนึ่ง คือ คุณณงลักษณ์ จารุวัฒน์ นักแปล และบรรณาธิการหนังสือ ได้มาพูดให้ฟังเรื่อง บทบาทบรรณาธิการในการพัฒนางานเขียน บรรยากาศระหว่างการพูด สนุกมากแต่มีสาระเพียบ จากประสบการณ์ที่คุณณงลักษณ์ ถ่ายทอดให้ฟัง เริ่มจาก ที่มาของคำว่า “บรรณาธิการ”

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ดังนี้

  • ผู้จัดหา เลือกเฟ้น รวบรวม ปรับปรุง และรับผิดชอบเรื่องที่ลงพิมพ์
  • บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์ หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์

Continue reading

เทคนิคการมอบหมายงาน

20100606-DelegatingWork

เนื้อหาเป็นแนวทางได้ เลยอยากแนะนำ อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ สำหรับคนอื่น แต่ให้ข้อคิดสำหรับหัวหน้ามือใหม่อย่างเรา

เทคนิคการมอบหมายงาน (Delegating work : expert solutions to every to every day challenges) เขียนโดย Thomas L. Brown (โทมัส แอล บราวน์) แปลโดย นิสิต มโนตั้งวรพันธุ์  เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ หลักการพื้นฐานของการมอบหมายงาน  แนวทางของการมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิผล การเตรียมตัวมอบหมายงาน  การดำเนินการมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้าของงานที่มอบหมายไปแล้ว เคล็ดลับและเครื่องมือสำหรับการมอบหมายงาน เครื่องมือสำหรับการมอบหมายงาน ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับการมอบหมายงาน

เอื้ออารี วจีไพเราะ สงเคราะห์มวลชน วางตนเสมอสมาน

เก็บคำทั้ง 4 คำนี้มาจากบทความของท่าน ว. วชิรเมธี ซึ่งท่านได้แนะนำให้ผู้ที่เขียนคำถามเกี่ยวกับการวางตัวในที่ทำงาน โดยให้ลองปรับตัวให้มีมนุษยสัมพันธ์มากกว่าเดิม ปรับตามแนวทางสร้างมนุษยสัมพันธ์ตามสูตรของพระพุทธเจ้า 4 ประการ คือ เอื้ออารี วจีไพเราะ สงเคราะห์มวลชน วางตนเสมอสมาน  ขอสรุปความจากคำตอบของท่าน ว. วชิรเมธี ดังนี้

“หากเรามีขนมอยู่ในมือชิ้นหนึ่ง เรากินคนเดียวก็อิ่มแค่มื้อเดียว แต่หากแบ่งให้เพื่อนขนมชิ้นนั้นจะอิ่มอยู่ในใจเพื่อนไปตลอดกาล”  คำกล่าวของท่านพุทธทาส นี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้

เอื้ออารี เป็นการฝึกเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมได้รับการให้ตอบ  การให้คือ การเชื่อมไมตรีที่มีผลต่อสัมพันธภาพดีเยี่ยม เราเคยอาจจะหยิบยื่นให้ใครสักคนหนึ่งโดยไม่หวังผลด้วยซ้ำ แต่บางทีหนึ่งครั้งที่หยิบยื่นออกไปนั้นติดอยู่ในใจของผู้รับตราบนานเท่านาน

วจีไพเราะ หมายถึง การเป็นคนพูดจาน่ารับฟัง มีวาทศิลป์ในการพูด รู้จักว่าเมื่อไรควรพูด เมื่อไรจะนิ่ง เมื่อไรควรพูดเล่น เมื่อไรควรพูดจริง หากคุณไม่ค่อยพูด ก็ลองบอกตัวเองใหม่ว่า ธรรมชาติสร้างปากมาไม่เฉพาะแต่ใช้รับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังสร้างมาให้เรารู้จักการพูดจาอย่างมีวาทศิลป์อีกด้วย

สงเคราะห์มวลชน หมายถึง การเป็นคนมีอัธยาศัยไมตรีอันดีเข้ากับคนส่วนใหญ่ได้ เห็นใครทำอะไรแล้วไม่นิ่งเฉย  เข้ามาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนมนุษย์ พูดง่ายๆ คือ ไม่เห็นแก่ตัว

วางตนเสมอสมาน หมายถึง การปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างปกติเหมือนกับวลีที่ มักจะได้ยินกันบ่อย “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน” ถ้าไม่พายเรือเหมือนคนอื่น ก็คงเป็นคนแปลกแยก ก็ไม่ควรไปนั่งในเรือพาย ซึ่งต้องการความร่วมมือร่วมใจมากกว่า

แหล่งที่มา:  Secret. 1, 23 (10 มิถุนายน 52) : 88-89