การเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ

วันนี้ สืบค้นเกี่ยวกับงานวิจัยทางอินเทอร์เน็ตไปเรื่อย มาพบข้อมูลเกี่ยวกับ การเผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการนานาชาติ การเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ พออ่านเอกสารเหล่านั้นแล้ว ทำให้นึกถึงคำถามที่ได้รับเมื่อหลายปีก่อน ถึงขอบเขตของชื่อผู้เขียนบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิจัย ที่มีการกำกับว่าเป็น Corresponding author เลยทำให้คิดว่า บรรณารักษ์หรือนักเอกสารสนเทศที่ควรจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนนักวิจัยนั้น ควรจะมีความรู้อื่นๆ เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย นอกเหนือจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสืบค้น การเป็นผู้รอบรู้ฐานข้อมูลต่างๆ ที่จะช่วยแนะนำนักวิจัย ฯลฯ

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดทำและเผยแพร่ มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ คณะผู้จัดทำเป็นทีมงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งล้วนแต่มีชื่อเป็นนักวิจัยทั้งสิ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางให้แก่นักวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้รับทราบและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ เพื่อให้ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการของไทยเป็นที่ยอมรับระดับสากล และหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละหน่วยงานได้ ขอนำชื่อแต่ละบทมานำเสนอว่า ภายในเล่มมีเนื้อหาที่ควรรู้ในเรื่องอะไรบ้าง

มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ

มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ

  • ความเป็นผู้นิพนธ์ (Authorship)
  • ความถูกต้องของข้อมูล (Data Integrity)
  • การจัดการรูปภาพ (Image Handling)
  • การลอกเลียนโดยมิชอบ (Plagiarism)
  • เอกสารอ้างอิง (Reference) และ การอ้างอิง (Citation)
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
  • ความลับและความเป็นส่วนตัว (Privacy and Confidentiality)
  • การเผยแพร่ซ้ำ (Redundant publication)
  • การตีพิมพ์แบ่งย่อย (Salami Publication)
  • การส่งบทความวิจัยตีพิมพ์มากกว่าหนึ่งวารสาร (Simultaneous Submission)
  • การเลือกข้อมูลส่งตีพิมพ์ (Selective Publication)
  • การสื่อสารโต้ตอบระหว่างผู้วิจัย (Correspondences)
  • การถอนบทความ (Retraction of Publication)
  • การขึ้นทะเบียนงานวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial Registration)

ในแต่ละส่วนจะให้คำนิยาม หลักการและเหตุผล และแนวทางการปฏิบัติ Continue reading

Library and Information Skills / Study Skills Tutorial

จากประสบการณ์การให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุดกับกลุ่มผู้ใช้หลายๆ ระดับ การแนะนำการใช้ห้องสมุดเพื่อการศึกษา ค้นคว้า การบริการตอบคำถามเรื่องการสืบค้นแหล่งสารสนเทศ การเขียนการอ้างอิง การเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมแก่นิสิต นักศึกษา การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจาณาผลงานทางวิชาการเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนการทำวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะงานในส่วนนี้จะเห็นคุณภาพของการทำวิทยานิพนธ์ อย่างชัดเจน ทั้งในการรวบรวมวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นศึกษา การเขียนทางวิชาการ การเขียนการอ้างอิง การคัดลอกผลงานของผู้อื่น การใช้คำที่ถูกต้อง ฯลฯ) หรือการเป็นนักวิจัยร่วมกับหลายๆ บุคคล ทำให้รับรู้ได้ว่า ในกระบวนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย การเขียนผลงานทางวิชาการ ยังขาดความตระหนักรู้ในเรื่องความสมบูรณ์ของการเขียนผลงานทางวิชาการ การทำวิทยานิพนธ์ การทำวิจัย ทำให้คิดว่า ถ้ามีการหลักสูตรเกี่ยวกับการใช้ห้องสมุดเพื่อการศึกษาค้นคว้า วิจัยและทักษะการใช้สารสนเทศให้กับทุกๆ คนแล้ว น่าจะเป็นส่วนที่บรรเทาปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้บ้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานต่างๆ ดังกล่าว ต้องมีความแม่นยำ มีความเข้มงวดกับประเด็นต่างๆ ที่จำเป็นในการค้นคว้า วิจัยแล้ว ย่อมจะส่งผลให้เกิดคุณภาพของงานวิชาการนั้นๆ

ทราบว่า สถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มีหลักสูตรเกี่ยวกับทักษะการใช้สารสนเทศสำหรับนักศึกษา และต้องสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด เป็นหลักสูตรบังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องผ่านหลักสูตรนี้ก่อน ส่วนของไทย ไม่แน่ใจค่ะ ว่ามีหลักสูตรแบบนี้หรือไม่ จะทราบแต่ว่า มีหลักสูตรพื้นฐานในการสอนการใช้ห้องสมุด ทักษะการใช้สารสนเทศเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ส่วนการเข้มข้นของการเรียน การทดสอบนั้นคงขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง

ขอยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ที่มีการจัดโปรแกรมการสอนทางออนไลน์ ที่ชื่อว่า ELISE (ELISE : Enabling library and information skill for everyone) ใช้สอนนักศึกษาให้ทราบถึงวิธีการใช้สารสนเทศ เป็นหลักสูตรบังคับเพิ่อเป็นช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะ ในการด้านการสืบค้น ซึ่่งแน่นอนว่าต้องมีการเรียนรู้การใช้ทรัพยากรสารสนเทศและการบริการของห้องสมุด การใช้สารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ เพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ความเข้าใจในการพัฒนาการเขียนผลงาน เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการคัดลอกผลงาน จริยธรรมในการวิจัย ซึ่งทักษะที่นักศึกษาจะได้จากโปรแกรมนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยในการทำงานที่ได้รับมอบหมายที่ได้จากชั้นเรียน และต่อยอดไปถึงงานทางวิขาการในอนาคต โดยนักศึกษาจะต้องสอบผ่านอย่างน้อย 80% Continue reading

ของฝากเรื่องการอ้างอิง

หลายวันก่อน ได้พบกับ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านหนึ่ง หลังจากคุยกันในหลายๆ เรื่อง ด้วยความที่อาจารย์ทราบว่าเป็นบรรณารักษ์ เลยปรารภถึงเรื่องการอ้างอิงงานทางวิชาการให้ฟัง และเหมือนจะฝากให้แนะนำหรือสอนนิสิต นักศึกษา

อาจารย์บอกว่า ได้ตามงานทางวิชาการเรื่องหนึ่ง โดยตามหาเอกสารที่ถูกใช้อ้างอิง แต่ปรากฏว่า อาจารย์ตามไปถึงต้นแหล่งตามที่อ้างนั้น กลับไม่พบ คงเป็นทำนอง คนที่อ้างนั้น ก็อ้างต่อๆ กันมา โดยไม่ได้ไปอ่านหรือดูถึงต้นแหล่งของเอกสาร หรือ primary source หรือเอกสารปฐมภูมิ เลยว่า สิ่งที่อ้างนั้น ถูกต้องหรือไม่ มีจริงหรือไม่ หรือ มีการเขียนอ้างอิงมาอย่างผิดๆ Continue reading