TK Forum 2017 Better Library and Learning Space : Trends and Ideas

TK Forum 2017 Better Library and Learning Space : Trends and Ideas

จากการเข้าร่วมสัมมนา ในหัวข้อเรื่อง TK Forum 2017 Better Library and Learning Space : Trends and Ideas เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 08.30-16.30 น. ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร จัดโดยอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) นั้น ในการจัดงานครั้งนี้ อุทยานการเรียนรู้ ได้เชิญวิทยากร จำนวน 3 ท่าน ซึ่งบรรยายในหัวข้อดังต่อไปนี้

1. Les Watson บรรยายเรื่อง Better Library and Learning Space : Trends and Ideas
2. Rob Bruijnzeels บรรยายเรื่อง I have to Change to Stay the Same : Creative Learning Environment for Future Libraries
3. Jérémy Lachal บรรยายเรื่อง Ideas Box : Learning and Creativity in Any Place

สาระสำคัญของการสัมมนา มีดังนี้

Continue reading

จัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้

เมื่อห้องสมุดมีหน้าที่ในการเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ห้องสมุดแต่ละประเภทสังกัดอยู่ แต่สุดท้ายเป้าหมายของการเก็บนั้น ก็เพื่อให้ทราบว่า มีอะไร มีจำนวนเท่าไร ข้อมูลที่จัดเก็บเป็นอย่างไร จะนำทรัพยากรที่จัดเก็บนั้นมาใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาค้นคว้า ต่อไปได้อย่างไร ทุกข้อคำถามเหล่านั้น เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร งานที่จะทำให้ตอบคำถามเหล่านั้นได้ ก็คงไม่พ้นการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ หรือเมทาดาทาของทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งถือว่าเป็นนางเอกของห้องสมุดเลยทีเดียว

น่าเสียดายในระยะหลังๆ งานที่เป็นนางเอกของห้องสมุดนี้ เริ่มจะขาดแคลนบุคลากรที่มีความเข้าใจในเนื้องาน บุคลากรใหม่ทางด้านห้องสมุด ถ้าให้เลือก มักจะไม่ขอปฏิบัติหน้าที่อยู่ในงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ เคยได้ยินเหตุผล ว่าเนื่องจากมีกฎเกณฑ์เยอะ จำไม่ไหว ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค แต่อย่างใด เพราะไม่ได้ต้องจำกฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานต่างๆ ที่ต้องใช้ในการลงรายการ เพียงแต่มีพื้นฐาน ซึ่งบรรณารักษ์ ทุกคนจะต้องผ่านหลักสูตรหรือวิชา การลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ การวิเคราะห์หมวดหมู่ หรือชื่อในลักษณะทำนองนี้ กฎเกณฑ์อื่นๆ มีคู่มือให้ศึกษาหรือพิจารณาเพิ่มเติมได้ ยิ่งสมัยนี้เป็นในรูปแบบออนไลน์ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้น เพียงแต่ขอให้ใช้คู่มือฉบับภาษาอังกฤษ จะดีกว่า ไม่ใช่ว่าผู้ทำคู่มือภาษาไทยไม่ดี แต่ในบางส่วนถูกลดทอนลงไป เราอาจจะไม่พบในสิ่งที่คู่มือฉบับเต็มก็เป็นไปได้

สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องก็คือ เคยได้ยินว่า หลักสูตรในสาขาบรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ จะตัดรายวิชา การลงรายการ การวิเคราะห์หมวดหมู่ ออกไป ยิ่งรู้สึกเศร้าใจมากขึ้น อย่างไร ยังขอให้มีการเรียนการสอนต่อไป และขอให้เพิ่มแนวคิดในการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ไม่ต้องติดยึดว่า ต้องใช้คำว่า การลงรายการทางบรรณานุกรม เมทาดาทา แต่ขอให้ผู้สอนถ่ายทอดแก่นของการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ว่า หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการลงรายการอะไรก็ตาม ก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้ คิดว่าน่าจะมีคำสำคัญของเนื้อหาวิชานี้ไม่เกิน 4 คำนี้ ดังนั้น ไม่ว่าจะสอนมาตรฐานใด ผู้เรียนก็ย่อมจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ ถ้ามีคำสำคัญ 4 คำนี้ในการปฏิบัติงาน

การจะจัดระเบียบข้อมูล ผู้จัดการข้อมูลก็คงจะต้องเข้าใจทรัพยากรสารสนเทศที่จะจัดเก็บเสียก่อน ว่าคุณลักษณะ คุณสมบัติของสารสนเทศที่จะจัดนั้นเป็นอย่างไร จะเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออธิบายสารสนเทศ จะออกแบบอย่างไร เพื่อให้เก็บข้อมูลได้ครบ สมบูรณ์ที่ควรจะเก็บ จะใช้คำอย่างไร เพื่อให้ค้นได้ ในส่วนคำค้น ก็ต้องมีการปรับการใช้คำ ทั้งนี้ คงต้องให้มองว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าเดิม จะทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการกำหนดคำ หรือจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะเอาศักยภาพของบรรณารักษ์ในการกำหนดคำมาเสริมให้การสืบค้นดียิ่งขึ้น และหลักสำคัญก็คือ ต้องให้หมั่นถึงคำว่า access point ให้มากเวลาลงรายการใดๆ และมองให้ถึงผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ส่วนหน้า เพราะโดยทั่วไป เรายังนึกถึงแต่ในมุมของคนทำงาน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง งานที่ทำกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการก็เลยจะสวนทางกัน

ดรรชนีควิก (KWIC: Key-Word-in-Context)

ดรรชนีควิก (KWIC: Key-Word-in-Context) เป็นการทำดรรชนีคำสำคัญจากชื่อเรื่อง มีลักษณะเป็นดรรชนีเวียนคำ (permutation index) คือ หมุนเวียนใช้คำนาม หรือคำแทนนามทุกคำที่ปรากฏในชื่อเรื่องมาเป็นดรรชนี เรียงตามลำดับอักษร ให้ทุกคำอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกันไม่ว่าคำนั้นจะเป็นคำที่เท่าใดของชื่อเรื่อง

การทำดรรชนีแบบ KWIC มีกำเนิดมาจาก แอนเดรีย เครสตาโดโร (Andria Crestadoro) เป็น ผู้คิดจัดทำเครื่องมือช่วยค้นหาสิ่งพิมพ์ในห้องสมุดประชาชนแมนเชสเตอร์ แต่การทำดรรชนีแบบของ เครสตาโดโร นี้ บรรณารักษ์เป็นผู้จัดทำเองทั้งหมด ยังไม่ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงาน จนกระทั่ง Hans Peter Luhn ได้นำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการทำดรรชนีแบบ permutation index โดยการหมุนเวียนเอาคำสำคัญในชื่อบทความที่ปรากฏอยู่ในวารสาร Chemical Abstracts มาเรียงตามลำดับอักษร อ่านรายละเอียดของบทความ

ตัวแทนเอกสาร (Document surrogate)

คำว่า ตัวแทนเอกสาร (Document surrogate) สามารถให้คำอธิบายได้ 2 แนวทาง [1] กล่าวคือ

ในความหมายทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง การแปลงผันหรือดิจิไทซ์รูปแบบของเอกสารหรือวัตถุเพื่อแทนที่เอกสารต้นฉบับ

ในความหมายทางสารสนเทศ หมายถึง การสร้างตัวแทนของเอกสารในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อมูลทางบรรณานุกรม เพื่อเป็นตัวแทนของเอกสาร กล่าวคือ ถ้าเป็นหนังสือ ตัวแทนเอกสารทางบรรณานุกรมจะประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ หัวเรื่อง คำสำคัญ ฯลฯ อ่านรายละเอียดของบทความ

ศัพท์บังคับ

ศัพท์บังคับหรือศัพท์ควบคุม (Controlled vocabulary) หมาย ถึง การกำหนดให้คำศัพท์คำหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมคำศัพท์หลายคำที่มีความหมายอย่าง เดียวกัน เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐาน ลดความกำกวม เป็นช่องทางหนึ่งในการจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงเนื้อหาหรือช่วยในการสืบค้นให้มีประสิทธิภาพ กล่าวคือ คำศัพท์บังคับคำเดียวสามารถเข้าถึงเอกสารได้จำนวนมาก แม้ว่าจะเอกสารนั้นจะเขียนด้วยศัพท์ภาษาที่แตกต่างกัน การใช้ศัพท์บังคับหรือศัพท์ควบคุมนี้ เป็นการใช้ภาษาดรรชนี (Indexing language) ซึ่งแตกต่างจากภาษาหรือคำที่ผู้เขียนกำหนดขึ้นเอง ซึ่งเรียกว่า ภาษาธรรมชาติ (Natural language) ซึ่งมักจะปรากฏให้เห็นว่า มีคำเกิดขึ้นที่หลากหลาย ไม่เป็นแบบแผนเดียวกัน คำศัพท์บังคับ/ศัพท์ควบคุม ถูกใช้ในการกำหนดเป็นหัวเรื่อง ศัพท์สัมพันธ์ (อรรถาภิธาน) แทกโซโนมี ฯลฯ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของบทความคำศัพท์ควบคุม

อรรถาภิธาน (Thesaurus) เพื่อการจัดการสารสนเทศ

วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บสารสนเทศ ย่อมต้องการให้สารสนเทศที่ถูกจัดเก็บนั้น ถูกค้นคืนเพื่อการนำไปใช้ซึ่งหมายความถึงผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ตรง กับความต้องการ ในระบบการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ โดยเฉพาะทางห้องสมุดนั้น จะมีเครื่องมือในการนำให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศได้ คือ ข้อมูลรายการทางบรรณานุกรม (bibliographic record) ซึ่ง เป็นการให้คำอธิบายลักษณะทางกายภาพของเอกสาร เช่น ชื่อผู้เขียน ชื่อผู้ทำวิจัย ชื่อหนังสือ สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่จัดพิมพ์ เป็นต้น การลงข้อมูลรายการทางบรรณานุกรมต่างๆ เหล่านี้ จะมีลักษณะหรือการใช้คำ หรือภาษาที่มีแบบแผนหรือมาตรฐานในการลงรายการ ข้อมูลที่ใช้ในการลงรายการนี้เอง ได้ถูกกำหนดให้เป็นคำค้นเพื่อให้เข้าถึงสารสนเทศ เช่น กำหนดให้ค้นได้จากชื่อผู้รับผิดชอบในผลงานนั้นๆ (โดยรวมตั้งแต่ผู้เขียน ผู้แปล นักวิจัย บรรณาธิการ ขึ้นอยู่กับเอกสารนั้น มีผู้ร่วมรับผิดชอบโดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างไร) ชื่อ เรื่อง ปีที่พิมพ์ ประเภทของเอกสาร หัวเรื่อง คำสำคัญ อรรถาภิธาน เป็นต้น

หัวเรื่อง คำสำคัญ อรรถาภิธาน เป็นคำที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทน สาระหรือเนื้อหาของเอกสาร ซึ่งเรียกว่าเป็นดรรชนี ที่ชี้หรือแนะผู้ใช้เข้าสู่เนื้อหาที่ต้องการได้ การกำหนดดรรชนีขึ้นอยู่กับภาษาดรรชนี ที่แต่ละแห่งเลือกใช้ อาจจะใช้เป็นภาษาธรรมชาติ (natural language) หรือ คำศัพท์ไม่ควบคุม (uncontrolled vocabulary) หรือกำหนดให้ใช้เป็นภาษาควบคุม หรือศัพท์ควบคุม (controlled vocabulary) อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เนื้อหาฉบับเต็มของอรรถาภิธาน