ความปลื้มใจในหัวใจของคนทำงานตัวเล็กๆ

Pimrumpai

ผู้เขียนได้รับหนังสือ สรรมาฝาก จากพิมพ์รำไพ ซึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธ์ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสอายุครบ 60 ปี 24 กุมภาพันธ์ 2560 ในเล่มก็เป็นประวัติของอาจารย์ ปู (ชื่อเล่น ผศ. ดร.พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธ์) ที่เขียนเล่าให้อย่างละเอียดทีเดียว ตั้งแต่บรรพบุรุษ ยาวมาจนถึงชีวิตการศึกษา การทำงาน จนใกล้เวลาเกษียณในปี 2560

รู้จักกับอาจารย์ปู ตั้งแต่อาจารย์ปู ทำงานเป็นนักเอกสารสนเทศของศูนย์เอกสารประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดเดียวกัน คือ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนทำงานเป็นบรรณารักษ์ของหอสมุดกลาง มีช่วงที่อาจารย์ปูลาไปศึกษาต่อและกลับมาทำงานอยู่ในศูนย์เอกสารสนเทศ อีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้น อาจารย์ปู ขอเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ความสัมพันธ์ของเราห่างกันไป จวบจนอาจารย์ปูมารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ สถาบันวิทยบริการ ช่วงปี พ.ศ. 2548 จึงเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น เพราะในปี พ.ศ. 2549 ผู้เขียนได้ลาออกมาทำงานที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ในช่วงนั้นเอง ผู้เขียนได้นำเอาโปรแกรม DSpace ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผู้เขียนรู้จักและสนใจจากการไปอบรมหลักสูตร UN4IM – The UNESCO Training Programme for Information Management. Bangalore, India. และนำมาให้ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายระบบ ช่วยติดตั้งและผู้เขียนก็ได้ออกแบบและทดลองใช้ จนเก็บข้อมูลประเภทวิทยานิพนธ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแห่งแรกที่เกิดเป็นคลังปัญญาสถาบัน (Institutional Repository – IR) และอาจารย์ปู มีความเห็นด้วยกับการดำเนินการ IR นี้ และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในตอนที่เริ่มทำ IR นั้น ผู้เขียนก็ลืมไปแล้ว พูดอะไรไว้บ้าง จนได้อ่านหนังสือเรื่องที่อาจารย์ปู เขียนในโอกาสครบ 60 ปี (พิมพ์รำไพ หน้า 75)

“ในช่วงที่ทำงาน สนับสนุนงาน การจัดทำคลังปัญญา จนทำให้เป็นคลังปัญญาที่ up and running  แห่งแรกของไทย ดังที่ ฮวง สุภาพร ซึ่งเป็นแรงริเริ่มแรกเริ่ม บอกว่า “ผู้ใหญ่เล่นด้วย”

ตั้งแต่นั้นมา คำว่า คลังปัญญา ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ IR ในห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งตามมา และ คุณยุพิน จันทร์เจริญสิน ซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์เอกสารนานาชาติ พี่บรรณารักษ์ที่ผู้เขียนเคารพเป็นอย่างยิ่ง ได้ตั้งชื่อให้เป็น คลังปัญญาจุฬา หรือ Chulalongkorn University Intellectual Repository มีคำย่อเป็น CUIR (โปรดสังเกตว่า  IR ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่ใช่ Institutional Repository เหมือนกับแห่งอื่นๆ แต่ใช้เป็นคำว่า Intellectual Repository)

ขอบคุณ อาจารย์ปู ที่ยังระลึกถึงผลงานที่มีส่วนสนับสนุนและมีการพูดถึงผู้เขียน ขอเก็บความภาคภูมิใจและปลื้มในหัวใจของคนทำงานตัวเล็กๆ

Open Science

จากการเข้าร่วมการสัมมนา ในหัวข้อเรื่อง Online Information & Education  Conference 2016  เมื่อวันที่ 8 เดือน กันยายน  พ.ศ 2559 จนถึงวันที่  9 เดือน กันยายน พ.ศ 2559 รวมระยะเวลา 2 วัน โดยบริษัท Book Promotion จำกัด ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าสัมมนา วิทยากรและหัวข้อในการบรรยาย มีดังนี้

  1. It’s the freedom to access of information, isn’t it? (by Assoc. Prof. Dr. Sukum Chaleysub)
  2. Libraries and Openness : Opportunities and issue (by Mr. Peter Sidorko, University Librarian, University of Hong Kong Libraries)
  3. Social Mediase and Metrics in Libraries (by Dr. Lee Chu Keong, Nanyang Technological University)
  4. Technological-enhanced Learning : The NUS Experience (by Mr. Ravi Chandra, Director, Centre for Instructional Technology. National University of Singapore)
  5. Connecting Research to the Community (by Dr. Christina Kapp, Director of Research and Curricula, Academy of Asian Scholar)
  6. Increase the visibility of a university: the defined roles of libraries (by Dr. Wong, Woei Fuh, General Manager of Consulting Innovative Education Services)
  7. How open in your library to open science? (by Mr. Louise Jones, University Librarian, The Chinese University of Hong Kong Library
  8. Reviews as a Front End to STM Literature (by Mr. Bruce Antelman)

Continue reading

คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต

คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต

คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ความคิดก็ต้องเปลี่ยนไปให้ทันโลก ห้องสมุดจึงต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง มิฉะนั้นจะไม่ต่างไปจากไดโนเสาร์ยุคดิจิทัล ที่สักวันหนึ่งย่อมถึงเวลาสิ้นสูญ

คิดทันโลกฯ เล่มนี้ จัดทำโดย สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ TK Park ส่วนแรกเป็นการนำบทความของวิทยากรจาก งาน TK Forum 2015 การประชุมวิชาการในหัวข้อ “อนาคตห้องสมุด: สิ่งท้าทายและแนวโน้ม” (Library Futures: Challenges and Trends) วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2558 ได้แก่

  • อนาคตของห้องสมุดและบรรณารักษ์ จากภัณฑารักษ์สู่ผู้รังสรรค์อุทยาน (Sohail Inayatullah)
  • ความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านห้องสมุด จากองค์กร เน้นคลังหนังสือและข้อมูล ไปสู่องค์กรที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Jens Thorhauge)
  • แผนงานการปรับปรุงและชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์ (Neil MacInnes)
  • หอสมุดสารสนเทศและบริการจดหมายเหตุแห่งแมนเชสเตอร์ สภาเมืองแมนเชสเตอร์

ส่วนที่สอง จะเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ : ปรากฏการณ์ เป็นเรื่องของการทำพื้นที่การอ่าน พื้นที่สร้างความรู้ 3 บทความ คือ

  • Explore / Extend / Exchange พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์
  • C.A.M.P สร้างสรรค์พื้นที่การอ่านให้เป็นแหล่งพบปะสร้างสรรค์หาความรู้
  • Maker Space พื้นที่สร้างความรู้ ด้วยวัฒนธรรม ทำ แบ่งปัน และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

ส่วนที่สาม ห้องสมุดอนาคต : กรณีศึกษา มีด้วยกัน 5 เรื่อง

  • ห้องสมุดแนวใหม่ ก้าวข้ามแหล่งให้บริการยืมคืนหนังสือ
  • Renaissance of Space อนาคตของห้องสมุด: โจทย์ใหม่ว่าด้วยพื้นที่การเรียนรู้
  • เก็บตกแนวคิด ห้องสมุดมีชีวิตสไตล์ดัตช์ จุดนัดพบของผู้คนและความสัมพันธ์ สะพานเชื่อมความทรงจำและความรู้
  • ห้องสมุดสำหรับสังคมผู้สูงอายุ
  • 10 เคล็ดลับจัดพื้นที่ห้องสมุดให้ “ว้าว!” ประสบการณ์จากเยอรมนี

สนใจอ่านดาวน์โหลดได้ที่เว็บ TK Park

รายการอ้างอิง
วัฒนชัย วินิจจะกูล บรรณาธิการ. คิดทันโลก ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและห้องสมุดในอนาคต. กรุงเทพฯ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้, 2558.

ห้องสมุดไทยต้องปรับตัว ก่อนเป็นไดโนเสาร์ยุคดิจิตอล

ชื่อเรื่องดังกล่าว มาจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์ ฉบับวันที่ 6 สิงหาคม 2558 เวลา 1:28 น. เป็นการสรุปเนื้อหาจากการประชุมวิชาการในหัวข้อ “อนาคตห้องสมุด: สิ่งท้าทายและแนวโน้ม” (Library Futures: Challenges and Trends) ในงาน TK Forum 2015 วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2558 จัดโดย สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่ถกถึงวิถีและการปรับตัวของห้องสมุดทั่วโลก ห้องสมุดที่เน้นหน้งสือเป็นหลักจะยังคงมีแต่จะลดความสำคัญลง ห้องสมุดจะมีบทบาทที่เปลี่ยนไปอย่างสอดคล้องกับสังคม และเพิ่มพื้นที่ให้กับการสร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเองของผู้ใช้บริการ 3 ประการ คือ การเรียนรู้ที่นอกเหนือจาก พื้นที่การอ่าน (Learnig Space) เช่น พื้นที่การเล่นดนตรี การเล่นละคร เล่นเกม การเต้นรำ พื้นที่ของการพบปะ แลกเปลี่ยน การวิจารณ์การวิเคราะห์ (Community Space) พื้นที่ในการปฏิบัติการทดลองสิ่งต่างๆ ร่วมกัน (Maker Space)

นอกจากคำกล่าว ของ ดร. คณิศ แสงสุพรรณ ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ แล้ว ยังมี ความคิดเห็นของศาสตราจารย์ โซเฮล อินอยาตอลเลาะห์ นักรัฐศาสตร์และนักอนาคตศึกษา จากประเทศออสเตรเลีย, เยนส์ ธอร์โฮก์ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาห้องสมุด จากประเทศเดนมาร์ก ที่เห็นว่า เงื่อนไขการเข้าถึงสารสนเทศ เป็นผลจากอินเทอร์เน็ตและสื่อดิจิทัล ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดและสื่ออย่างสิ้นเชิง ด้านนีล แมคอินเนส หัวหน้าส่วนงานจดหมายเหตุ สารสนเทศและห้องสมุดเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เราต้องทำให้ห้องสมุดเป็นเสมือนพื้นที่ในการพบปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมที่หลากหลายในทุกเพศ วัย อาชีพ มีส่วนของห้องสื่อ (Media Lounge) ที่มีเทคโนโลยีที่ช่วยในการเรียนรู้ สร้างสรรค์ เช่น ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างดนตรี ออกแบบอาร์ตเวิร์ก หรือใช้บริการเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

นอกจากนี้ เว็บไซต์ของ TK Park ได้เสนอเอกสารประกอบการสัมมนา เผยแพร่เพื่อให้ผู้สนใจดาวน์โหลดเพื่อศึกษาอีกด้วย ได้แก่

อนาคตของห้องสมุดและบรรณารักษ์ จากภัณฑารักษ์สู่ผู้รังสรรค์อุทยาน (Sohail Inayatullah)

ความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านห้องสมุด จากองค์กร เน้นคลังหนังสือและข้อมูล ไปสู่องค์กรที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Jens Thorhauge)

แผนงานการปรับปรุงและชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์ (Neil MacInnes)

หอสมุดสารสนเทศและบริการจดหมายเหตุแห่งแมนเชสเตอร์ สภาเมืองแมนเชสเตอร์

รวมทั้งสไลด์นำเสนอของวิทยากรแต่ละท่านด้วย ติดตามอ่านได้ที่ http://tkforum.tkpark.or.th/download_th.html

แถมด้วยด้วยวิดีโอ

Manchester Library reopen

A tour of Manchester Library

Manchester Library live event

รายการอ้างอิง
ทีมเดลินิวส์38. ชี้ห้องสมุดไทยต้องปรับตัว ก่อนเป็นไดโนเสาร์ยุคดิจิตอล. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 จาก http://www.dailynews.co.th/article/339597

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้. TK Forum 2015 Library Futures: Challenges and Trends. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 จาก http://tkforum.tkpark.or.th/download_th.html

ทักษะห้าอันดับแรกที่จำเป็นสำหรับบรรณรักษ์

5 ทักษะ ที่บรรณารักษ์จำเป็นต้องมี ได้แก่

  1. Information Curation
  2. In-Depth, High Value Research
  3. Digital Preservation
  4. Mobile Environment
  5. Collaboration, Coaching and Facilitation

ติดตามรายละเอียดในเรียบเรียงเป็นภาษาไทยได้ที่ http://main.library.tu.ac.th/km/?p=17329 หรืออ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ http://lac-group.com/blog/2013/08/06/top-five-skills-required-for-librarians-today-tomorrow/

Customer journey

คำๆ นี้ ได้มาจากการฟัง อ. ดร. ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ เล่าประสบการณ์การเป็นนักวิจัย การทำงานร่วมกับนักวิจัย ของอาจารย์ ในโอกาสที่ Digital Literacy CoP และ Training the Trainers CoP ของสำนักหอสมุด มธ. เชิญอาจารย์มาเล่าประสบการณ์ของอาจารย์ ด้วยเหตุที่มองเห็นว่า บรรณารักษ์ นักเอกสารสนเทศ จะทำอย่างไรที่จะนำความสามารถของเราให้เป็น research supporter ได้

อาจารย์ทรงพันธ์ ในฐานะที่เป็นนักวิจัย  เป็นอาจารย์สอนบรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เล่าประสบการณ์การเป็น informationist ที่ Vanderbilt University Medical Center, Nashville, Tennessee ตำแหน่ง Knowledge Management Leadership and Research Fellow อาจารย์ได้รวบรวมประเด็นต่างๆ ได้แก่ แนวคิดของการทำงานร่วมกับนักวิจัย ความต้องการของนักวิจัย โอกาสในการทำงานร่วมกับนักวิจัย ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของคนที่จะทำงานร่วมกับนักวิจัย การพัฒนาตนเองให้สามารถทำงานร่วมกับนักวิจัยได้ ไว้ในการพูดแบบเล่าเรื่องด้วยความสนุก เรียกได้ว่า ฟังเพลินกันเลยทีเดียว ในเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง หมดเวลาโดยไม่รู้ตัว

การจะเป็น Informationist หรือ Embedded librarian ได้ยินอะไร ต้องตั้งคำถามไว้ก่อน เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ ที่มีความอยากรู้ อยากเห็น ในเมื่อ Vanderbilt University Medical Center เป็นมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ มีนักศึกษาประมาณ 5,000 คน พนักงาน ประมาณ 20,000 คน หน่วยที่ใหญ่ที่สุดคือ โรงพยาบาล เรียนเกี่ยวกับ สุขภาพทุกอย่าง เพราะฉะนั้น philosophy ของ Vanderbilt คือ อย่ารอให้คิดทุกอย่างสมบูรณ์ ชัดเจน ถามมา ทำได้จริง งานได้ 50% ก็จะผลักออกมาก่อน ดังนั้น องค์กรจะดีได้ ต้องมีข้อมูลที่ดี Vanderbilt ต้องตอบโจทย์ให้กับผู้บริหาร คนไข้ ญาติคนไข้ หมอ นักศึกษา โรงพยาบาล แต่กลุ่มใหญ่สุด คือ นักวิจัย ดังนั้น information และ Knowledge เป็นสิ่งสำคัญ หมอจึงต้องการได้ข้อมูลแบบที่เป็น Evidence Based Medicine เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ การที่หมอไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ จะทำอย่างไร ต้องพยายามนำข้อมูลที่มีอยู่ในห้องสมุดไปเข้ากับระบบที่หมอจะสามารถค้นและใช้ข้อมูลได้ทันที ซึ่งจะตัดสินใจผิดไม่ได้เลย เพราะคนที่ตัดสินใจไม่มีเวลามาหาข้อมูล Continue reading

Evidence-based Library and Information Science Practice and Research Support Services for Academic Librarians

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาศิลปศาสตร์ แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์  จัดโครงการสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา สาขาวิชาศิลปศาตร์ 36 ปี เรื่อง “Evidence-based Library and Information Science Practice and Research Support Services for Academic Librarians วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ห้องประชุม 1607 อาคารบริหาร ชั้น 6 โดย Dr. Gillian Hallam, Adjunct Professor, Science and Engineering Faculty, Information System, Queensland Universityof Technology, Brisbane, Australia

Learning in the Digital Environment and the Roles of Libraries and Academic Librarians: Changes and Challenges

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับหลักสูราปรัชญาดุษฎีบัณฑิต แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดกิจกรรมการบรรยายพิเศษ เรื่อง Learning in the  Digital Environment and the Roles of Libraries and Academic Librarians: Changes and Challenges วิทยากรโดย Adjunt Professor Dr. Gillan Hallam จากสาขาวิชาระบบสารสนเทศศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ บริสเบน ออสเตรเลีย วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 8.30-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 4 อาคารเทพรัตน์วิทยาโชจิ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชิญเข้าฟังได้ค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไปฟังแล้วคงได้กลับมาเขียนเล่าสู่กันฟังค่ะ

ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์

จากการเข้าร่วมฟังการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิสำหรับห้องสมุดและหอจดหมายเหตุ โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ห้องประชุมอโนมา 1 โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ นั้น

วลีที่พูดกันบ่อยมาก ก็คือ Three-step test ของสนธิสัญญากรุงเบิร์น (ถ้าไม่ขัดต่อ 3 ขั้นนี้ หมายความถึง ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์) ใช้กับสิทธิผูกขาดเฉพาะตัวเกี่ยวกับการทำซ้ำโดยมาตรา 9 (2) ต่อมาได้ขยายไปสู่ข้อตกลงทริปส์ (Agreement on Trade Related Aspects of Intellectual Property Rights – TRIPs Agreement) มาตรา 13, WIPO Copyright Treaty (WCT) มาตรา 10 และ WIPO Performances and Phonograms Treaty (WPPT) มาตรา 16 เป็นต้น Three-step test (ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์) หมายรวมถึง

  • กรณีเฉพาะ (certain special cases)
  • ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ (do not conflict with a normal exploitation of a work)
  • ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร (do not unreasonably prejudice the legitimate interests of the author)

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ WIPO ปี 2012 เห็นชอบให้มีการหารือเพื่อจัดทำ “International legal instrument (s)” (model law, joint recommendation, treaty และ/หรือรูปแบบอื่น) โดยให้มีข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ประมาณช่วงการประชุม SCCR ครั้งที่ 28 (ปี 2014) โดยมีประเด็นหารือข้อยกเว้นสำหรับห้องสมุดและหอจดหมายเหตุ คือ

  • การสงวนรักษา (Preservation)
  • สิทธิในการทำซ้ำและเก็บรักษาสำเนา (Right of reproduction and safeguarding copies)
  • การจดแจ้ง (Legal deposit)
  • การให้ยืม (Library lending)
  • การนำเข้าซ้อน (Parallel importations)
  • การใช้ข้ามพรมแดน (Cross-border uses)
  • ลิขสิทธิ์กำพร้า งานที่ถูกเก็บคืน และงานที่ไม่วางตลาดแล้ว (Orphan works, retracted and withdrawn works, and works out of commerce)
  • ข้อจำกัดความรับผิดชอบของห้องสมุดและหอจดหมายเหตุ (Limitations on liability of libraries and archives)
  • การคุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยี (Technological measures of protection)
  • สัญญา (Contract)
  • สิทธิในการแปล (Right to translate works)

โดยมีเอกสารในหารือ ได้แก่