ALTMETRIC 100 อันดับแรกของผลงานทางวิชาการ ของปี 2014

Altmetric LLP เปิดเผย 100 บทความวิชาการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2014 ที่มีการแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจาก 10 อันดับแรกที่ได้รับการ share มากที่สุดเป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่

  1. Experimental evidence of massive-scale emotional contagion through social networks
  2. Variation in Melanism and Female Preference in Proximate but Ecologically Distinct Environments
  3. Artificial sweeteners induce glucose intolerance by altering the gut microbiota
  4. Stimulus-triggered fate conversion of somatic cells into pluripotency
  5. Dogs are sensitive to small variations of the Earth’s magnetic field
  6. Christmas 2013: Research: The survival time of chocolates on hospital wards: covert observational study
  7. Epidemiological modeling of online social network dynamics
  8. Searching the Internet for evidence of time travelers
  9. Conscious Brain-to-Brain Communication in Humans Using Non-Invasive Technologies
  10. Were James Bond’s drinks shaken because of alcohol-induced tremor?รายชื่อทั้งหมดสามารถติดตามได้ที่  Altmetric.com 20141212-100-Altemetrics โดยในภาพรวมพบว่า
    • งานวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดถึงร้อยละ 40 บทความยอดฮิต ได้แก่ the effect of artificial sweeteners on glucose intolerance to the origins of the Ebola virus
    • สาขาชีววิทยา เป็นอันดับรองลงมา คิดเป็นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาสเต็มเซลล์ของมนุษย์ และอื่นๆ ที่เน้นในเรื่องจีโนมจากบรรพบุรุษ ของมนุษย์และสัตว์
    • สาขาฟิสิกส์ เป็นอันดับ 3 คิดเป็นร้อยละ 9 ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับหลุมดำที่มีชื่อเสียง ของ Stephen Hawking

    รายการอ้างอิง: Altmetric ‘Top 100’ Highlights Topical Academic Research from 2014. Retrieved December, 12 2014 fromhttp://www.altmetric.com/pressreleases/top-100-2014.php#

มาทำความรู้จักกับ Altmetrics (ตอนที่ 2)

ในบทความตอนที่ 1 ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า บรรณารักษ์ต้องเป็นผู้สนับสนุนใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแจ้งงานวิจัยล่าสุด การสนับสนุนการทดลองด้วยการวัดแบบ altmetrics และการให้ความรู้เกี่ยวกับ altmetrics

ดังนั้น บรรณารักษ์จึงต้อง:

  1. การศึกษาวรรณกรรม บรรณารักษ์ควรทำความรู้จักกับ altmetrics ด้วย วรรณกรรมต่างๆ  เช่น- SPARC report เช่น Article-level metrics primer ซึ่งเป็น การวัดในระดับบทความ (article-level metrics)
    – Altmetrics: Rethinking the Way We Measure
    – Introduction Altmetrics: What, Why and Where?
    – สื่อนำเสนอ เรื่อง How libraries can empower scholars (and scholarly communication) through altemetrics โดย Heather Piwowar
    – สื่อนำเสนอ เรื่อง Altmetrics are here: are you ready to help your faculty? โดย Stacy Konkiel
    17 More Essential Altmetrics Resources (the Library Version)
    –  Altmetrics in the wild: Using social media to explore scholarly impact
    Can Tweets Predict Citations? Metrics of Social Impact Based on Twitter and Correlation with Traditional Metrics of Scientific Impact
    Prevalence and use of Twitter among scholars
    Clickstream Data Yields High-Resolution Maps of Science
    Altmetrics Collection (PLOS Collections)
    – เข้าไป join กับ Altmetrics Mendeley group

    ฯลฯ

    รายการอ้างอิง:

    Lapinski, Scott, Piwowar, Heather and Priem, Jason. How librarians can help prepare faculty for the next generation of research impact metrics. College & Research Libraries News vol. 74 no. 6 292-300. Retrieved 14112014 fromhttp://crln.acrl.org/content/74/6/292.long

มาทำความรู้จักกับ Altmetrics (ตอนที่ 1)

เนื่องจากไม่มีใครที่จะอ่านได้หมดทุกสิ่งอย่าง จึงทำให้เรายอมรับหรือมีความเชื่อมั่นกับการกรองผลงานทางวิชาการ ด้วยค่าการวัดคุณภาพ เช่น Impact factor, h-index, ค่า Citation ฯลฯ แต่ด้วยการเติบโตของเครื่องมือใหม่ๆ ทางออนไลน์ ทำให้มีตัวกรองใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการกรองหรือการวัดผลงานทางวิชาการ วิจัย ที่เป็นทางเลือก (Alternative metrics) หรือ Altmetrics เพราะ Altmetrics เป็นการวัดจำนวนที่ได้รับจากผู้อ่านด้วยวิธีการต่างๆ เช่น จำนวนการดูบทความ, จำนวนดาวน์โหลด, การ Tweet, การ post ขึ้น blog, การกด Likes, การกด Shares, การ Discussed, การ Cited เป็นต้น Altmetrics น่าจะเป็นตัววัดความนิยมของผลงานทางวิชาการ วิจัย ที่เสริมกับการวัดผลงานทางวิชาการ วิจัยแบบเดิม

Altmetrics เป็นการวัดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงข้อมูลปราฎในวันเดียวหรือสัปดาห์ แทนที่จะเป็นปีกว่าจะมีการอ้างอิงถึงผลงาน อาจารย์ในมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร บรรณารักษ์ และสำนักพิมพ์ จึงเริ่มที่จะคุยกันถึงการใช้ประโยชน์ altmetrics และใช้อย่างไรกับการประเมินการมีส่วนร่วมทางวิชาการของนักวิจัย ห้องสมุดจึงจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกหรือช่วยสื่อสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานวิจัยของมหาวิทยาลัย รวมทั้งนักวิจัย (นักศึกษา และคณาจารย์) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัย

บรรณารักษ์เป็นผู้ที่ต้องสนับสนุนใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแจ้งงานวิจัยล่าสุด การสนับสนุนการทดลองด้วยการวัดแบบ altmetrics และการให้ความรู้เกี่ยวกับ altmetrics

รายการอ้างอิง:

Lapinski, Scott, Piwowar, Heather and Priem, Jason. How librarians can help prepare faculty for the next generation of research impact metrics. College & Research Libraries News vol. 74 no. 6 292-300. Retrieved 14112014 from http://crln.acrl.org/content/74/6/292.long

Priem J., Taraborelli D., Groth P., Neylon C., “Alt-metrics: A manifesto,”  Retrieved 14112014 from http://altmetrics.org/manifesto/

Library and Information Skills / Study Skills Tutorial

จากประสบการณ์การให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุดกับกลุ่มผู้ใช้หลายๆ ระดับ การแนะนำการใช้ห้องสมุดเพื่อการศึกษา ค้นคว้า การบริการตอบคำถามเรื่องการสืบค้นแหล่งสารสนเทศ การเขียนการอ้างอิง การเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมแก่นิสิต นักศึกษา การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจาณาผลงานทางวิชาการเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนการทำวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะงานในส่วนนี้จะเห็นคุณภาพของการทำวิทยานิพนธ์ อย่างชัดเจน ทั้งในการรวบรวมวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นศึกษา การเขียนทางวิชาการ การเขียนการอ้างอิง การคัดลอกผลงานของผู้อื่น การใช้คำที่ถูกต้อง ฯลฯ) หรือการเป็นนักวิจัยร่วมกับหลายๆ บุคคล ทำให้รับรู้ได้ว่า ในกระบวนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย การเขียนผลงานทางวิชาการ ยังขาดความตระหนักรู้ในเรื่องความสมบูรณ์ของการเขียนผลงานทางวิชาการ การทำวิทยานิพนธ์ การทำวิจัย ทำให้คิดว่า ถ้ามีการหลักสูตรเกี่ยวกับการใช้ห้องสมุดเพื่อการศึกษาค้นคว้า วิจัยและทักษะการใช้สารสนเทศให้กับทุกๆ คนแล้ว น่าจะเป็นส่วนที่บรรเทาปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้บ้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานต่างๆ ดังกล่าว ต้องมีความแม่นยำ มีความเข้มงวดกับประเด็นต่างๆ ที่จำเป็นในการค้นคว้า วิจัยแล้ว ย่อมจะส่งผลให้เกิดคุณภาพของงานวิชาการนั้นๆ

ทราบว่า สถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มีหลักสูตรเกี่ยวกับทักษะการใช้สารสนเทศสำหรับนักศึกษา และต้องสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด เป็นหลักสูตรบังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องผ่านหลักสูตรนี้ก่อน ส่วนของไทย ไม่แน่ใจค่ะ ว่ามีหลักสูตรแบบนี้หรือไม่ จะทราบแต่ว่า มีหลักสูตรพื้นฐานในการสอนการใช้ห้องสมุด ทักษะการใช้สารสนเทศเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ส่วนการเข้มข้นของการเรียน การทดสอบนั้นคงขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง

ขอยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ที่มีการจัดโปรแกรมการสอนทางออนไลน์ ที่ชื่อว่า ELISE (ELISE : Enabling library and information skill for everyone) ใช้สอนนักศึกษาให้ทราบถึงวิธีการใช้สารสนเทศ เป็นหลักสูตรบังคับเพิ่อเป็นช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะ ในการด้านการสืบค้น ซึ่่งแน่นอนว่าต้องมีการเรียนรู้การใช้ทรัพยากรสารสนเทศและการบริการของห้องสมุด การใช้สารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ เพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ความเข้าใจในการพัฒนาการเขียนผลงาน เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการคัดลอกผลงาน จริยธรรมในการวิจัย ซึ่งทักษะที่นักศึกษาจะได้จากโปรแกรมนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยในการทำงานที่ได้รับมอบหมายที่ได้จากชั้นเรียน และต่อยอดไปถึงงานทางวิขาการในอนาคต โดยนักศึกษาจะต้องสอบผ่านอย่างน้อย 80% Continue reading