ขายหนังสือ (?)

เมื่อสองวันก่อน วงการห้องสมุด (ไทย) ตกเป็นข่าวดังเลยทีเดียว ที่มีห้องสมุดมหาวิยาลัยแห่งหนึ่ง โละหนังสือ วารสารออกจากห้องสมุด และขายให้กับร้านหนังสือเก่า มีผู้รักหนังสือเก่า แห่กันมาซื้อกันไปมากมาย จนเป็นที่เลื่องลือและเข้าหู ห้องสมุดมหาวิทยาลัยแห่งนั้น ผู้ที่ทราบเรื่องได้แต่สงสัยว่า ทำไมห้องสมุดจึงขายหนังสือดีๆ หนังสือหายาก วารสาร ออกไปแบบนั้น ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่เป็นข่าวได้ออกมาชี้แจงภายหลังว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด น่าจะขนย้ายผิด และกำลังสอบสวนต่อไป

ห้องสมุดจะได้หนังสือเข้ามาด้วยวิธีการซื้อ การขอรับบริจาค การแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานอื่นๆ  หนังสือที่ได้มาด้วยการซื้อ อยากที่จะมีการถอนออกหรือเอาออกจาห้องสมุด เพราะเป็นการซื้อด้วยเงินงบประมาณ ต้องมีการตั้งกรรมการ ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเอาออกกัน แต่อาจจะใช้พิจารณาเอาออกจากชั้นหนังสือที่ให้บริการที่เป็นปัจจุบัน  (มักจะดูจากสถิติการยืมเป็นหลักว่าในช่วง 2-5 ปี มีการถูกยืมออกไปหรือไม่ ช่วงปี อาจจะขึ้นอยู่กับห้องสมุดแต่ละแห่ง) เพื่อให้มีแต่หนังสือที่ทันสมัย และยังมีการใช้อยู่  (ด้วยเหตุที่ชั้นหนังสือเต็ม การจะเก็บหนังสือทุกเล่มจึงย่อมเป็นไปไม่ได้) แต่ก็มักจะนำไปเก็บไว้ในชั้นเก็บหนังสือ หรือที่มักจะเรียกว่า Stack หรือห้องสมุดบางแห่งอาจจะมีคลังเก็บหนังสือหรือเช่าพื้นที่เก็บหนังสือ เพราะรายการหนังสือเหล่านี้ไม่ได้ถอนออกจากระบบ จะยังปรากฏว่าอยู่ในชั้นเก็บหนังสือหรือคลังเก็บ ถ้ามีผู้ต้องการใช้ จะสามารถร้องขอให้ห้องสมุดนำออกมาให้บริการได้ การที่ห้องสมุดไม่ถอนออกจากห้องสมุด มีหลายสาเหตุ เป็นการซื้อด้วยเงินงบประมาณ เป็นหนังสือที่ไม่ทันสมัยก็จริงแต่อาจเป็นหนังสือคลาสสิคในสาขาวิชานั้นๆ  เป็นต้น Continue reading

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแ้ว

รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว

ขอยืมชื่อหนังสือ เรื่อง รอให้ถึงเกษียณ ก็สายเสียแล้ว มาเป็นหัวข้อเรื่องที่จะเขียนถึงในวันนี้ แม้ว่าตัวเองจะยังไม่ได้อยู่ในวัยเกษียณ แต่ชื่อหนังสือ ก็ทำให้หันกลับไปหยิบมาเปิดๆ อ่าน แล้วก็ตกลงใจซื้อมาอ่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวกระมัง ซื้อมาได้พักนึงแล้ว แต่ก็ยังอ่านไม่จบ หันกลับมาอ่านอีกที เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเดือนกันยายน ได้ยินหนาหูเรื่องการนัดวันเลี้ยงอำลาคนเกษียณกัน

ได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงของผู้ที่นับถือหลายคนอยู่เหมือนกัน สอบถามว่า หลังเกษียณมีแผนจะทำอะไรต่อไป ได้ยินคำตอบหลากหลายกันไป เช่น เลี้ยงหลาน พักผ่อน ท่องเที่ยว ยังสอนหนังสืออยู่ (แล้วแต่เชิญเป็นอาจารย์พิเศษ) ยังทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในกรรมการหลายๆ ชุด ฯลฯ (เพราะถึงจะเกษียณ แต่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ของท่านเหล่านี้มีอยู่เพียบ ถ้าไม่ได้มีการวางแผน การจัดการความรู้ ให้ดี ความรู้ที่ท่านเหล่านี้สั่งสมมา คนติดไปกับท่านด้วย)  แต่ก็ไม่ทราบว่าท่านที่เกษียณเหล่านี้ ต้องมีการเตรียมตัวกันบ้างหรือไม่ ได้ทราบมาว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการอบรมสำหรับผู้ที่จะเกษียณ แต่ไม่ทราบว่ามีรายละเอียดในด้านใดบ้าง

วกกลับที่หนังสือเรื่องนี้ เขียนโดย Takashi Hosaka มีชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า RÔGO NO IRAIRA WO SUTERU GIJUTSU แปลเป็นภาษาไทย โดย ดร. บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 บทได้แก่ ลักษณะเฉพาะของความเครียดในผู้สูงอายุ วิธีขจัดความหงุดหงิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น การจัดการกับความไม่มั่นคงของจิตใจ วิธีลดความกังวลใจเรื่องการเสื่อมถอยของร่างกาย ความกังวลเรื่องการเงินเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส การสร้างจุดมุ่งหมายในชีวิตทำให้ลืมความแก่

ความจริง ยังไม่ต้องวัยใกล้เกษียณ (ตามชื่อเลยค่ะ ถ้ารอให้เกษียณ ก็สายเสียแล้ว) 50 ต้นๆ ก็อ่านได้แล้ว ค่ะ เพราะเป็นช่วงเริ่มของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา อ่านแล้วนึกตามก็เห็นแจ้งหลายๆ อย่าง ที่ประทับใจและทำตาม ก็คือ กำลังมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” ในหนังสือเรื่องนี้ หน้า 93 กล่าวไว้ว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า ความสุขของคนเรานั้นเกิดจากการสะสมความรู้สึกประทับใจและความสุขใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ดังนั้น การใช้ชีวิตโดยมองหา “เมล็ดพันธุ์ของความสุข” อย่างตั้งใจ จะเป็นการเติมพลังความสดชื่นให้กับชีวิตประจำวันของเราได้มาก” โดยการเขียนความประทับใจที่พบในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เป็น “เกร็ดความประทับใจ” เพื่อเป็นการหวนนึกถึงความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้นอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับได้สัมผัสความประทับใจเป็นสองเท่า (เชิญชวนค่ะ)

หน้าปกของหนังสือ มีแทรกตัวหนังสือสีแดงไว้ว่า “ไม่ใช่หนังสือเพื่อผู้สูงอายุ” เท่านั้น

การเหลาดินสอ การคัดลายมือ การบรรณาธิการหนังสือ

ได้ดูรายการศิลป์สโมรสร ตอน โรงเรียนคนทำหนังสือ โดยอาจารย์มกุฎ อรฤดี พูดถึงการเหลาดินสอ และผู้ที่มาเรียนวิชาบรรณาธิการหนังสือ ต้องคัดลายมือด้วย ทำให้นึกย้อนไปตอนสมัยเด็ก เมื่อหัดเริ่มเขียนหนังสือด้วยดินสอ ดินสอต้องแหลม ด้วยการเหลาแบบเป็นลักษณะปากเป็ด เหมือนที่อาจารย์มกุฎ พูดถึง อาจารย์พูดถึงปากกาคอแร้ง ปากกาเบอร์ห้า ที่ใช้จุ่มหมึกเขียน เวลาหัดเชียนด้วยปากกาทั้งสองแบบนี้ มักจะตามด้วยมือที่เลอะเทอะหมึก เผลอๆ เล่นสะบัดหมึกใส่เสื้อนักเรียน เป็นจุดๆ ดวง ลายพร้อย โดนผู้ปกครองดุไปตามๆ กัน เพราะซักไม่ออก

การเขียนหนังสือด้วยดินสอ เขียนๆ ไป พอดินสอไม่แหลม ทำให้ไม่อยากเขียน ตอนเด็กๆ จะมีวิชาคัดลายมือ เขียนตามเส้นที่ประ เขียนตามอย่างช้าๆ ประณีต ขยับขึ้นมาอีกหน่อย ก็เขียนโดยไม่ต้องมีเส้น แต่เขียนตัวหนังสือเต็มบรรทัด จำได้ว่าเขียนเต็มบรรทัดถึงชั้น ป.4 หลังจากนั้น จะถูกฝึกให้เขียนครึ่งบรรทัด ถ้าเขียนไม่สวย เขียนผิด ต้องลบให้สะอาด ไม่ทำให้สมุดที่เขียนสกปรก และต้องตรวจสอบคำ หรือข้อความที่เขียนให้ถูกต้องด้วย

อาจารย์ยังได้พูดถึงห้องสมุดโรงเรียน ว่า “หัวใจของห้องสมุดไม่มีบรรณารักษ์ ถ้าไม่มีบรรณารักษ์ก็จบตั้งแต่ตอนนั้น ต่อให้มีหนังสือดีก็ตาม ถ้าไม่บรรณารักษ์คอยแนะนำ กระตุ้น หรือ คอยชักจูงเด็กให้เข้าห้องสมุด เด็กก็ไม่เข้าห้องสมุด หรือเข้า ก็เข้าอย่างไม่เข้าใจ บางทีอ่านหนังสือไม่เหมาะกับวัย ไม่เหมาะกับสภาพของเด็ก เด็กก็อาจจะเบื่อ หรือเกลียดหนังสือไปเลย” เห็นด้วยกับอาจารย์เลยค่ะ เคยเห็นบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ทำ CSR ด้วยการสร้างห้องสมุด ก็คิดอยู่เสมอว่า มีห้อง มีหนังสือ แล้วมีคนเล่า คนอ่าน คนแนะนำหนังสือเหล่านี้มั้ย อาจจะไม่ต้องมีบรรณารักษ์ก็ได้

 

แจกหนังสือกว่าจะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์

ขอประชาสัมพันธ์หนังสือค่ะ

แจกหนังสือกว่าจะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ https://www.blognone.com/node/59611

หนังสือที่ Bill Gates แนะนำให้อ่าน

Bill Gates แนะนำหนังสือ 6 เรื่อง ที่เขาอ่าน เผื่อท่านใดกำลังมองหาหนังสืออ่านในช่วง Summer นี้

20140815-Business-Adventures

Business Adventures, by John Brooks

20140815-Stress-TestStress Test, by Timothy F. Geithner.

20140815-Bully-PulpitThe Bully Pulpit: Theodore Roosevelt, William Howard Taft, and the Golden Age of Journalism, by Doris Kearns Goodwin Continue reading

บทบาทบรรณาธิการในการพัฒนางานเขียน

สืบเนื่องจากหลักสูตรการอบรม เรื่อง ขีดเขียนเรื่องวิทย์ เมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2556 ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยฝ่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านมา วิทยากรอีกท่านหนึ่ง คือ คุณณงลักษณ์ จารุวัฒน์ นักแปล และบรรณาธิการหนังสือ ได้มาพูดให้ฟังเรื่อง บทบาทบรรณาธิการในการพัฒนางานเขียน บรรยากาศระหว่างการพูด สนุกมากแต่มีสาระเพียบ จากประสบการณ์ที่คุณณงลักษณ์ ถ่ายทอดให้ฟัง เริ่มจาก ที่มาของคำว่า “บรรณาธิการ”

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ดังนี้

  • ผู้จัดหา เลือกเฟ้น รวบรวม ปรับปรุง และรับผิดชอบเรื่องที่ลงพิมพ์
  • บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์ หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์

Continue reading

การเก็บและรักษาหนังสือด้วยตนเอง

คุณอาจมีเอกสาร หนังสือ รูปภาพ อยู่ที่บ้านและต้องการเก็บของเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่ดี คำแนะนำพื้นฐานเหล่านี้ น่าจะช่วยคุณดูแลทรัพย์สมบัติส่วนตัวของคุณได้

การเก็บรักษา

  • ป้องกันให้ห่างจากความร้อน ความชื้น ควรเก็บไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี  เพราะอุณหภูมิสูง จะทำให้กระดาษกรอบเหลือง อุณหภูมิต่ำจะทำให้เกิดความชื้น และมีผลทำให้เกิดเชื้อราได้
  • หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในห้องหรือในสถานที่ที่ไม่สามารถตรวจดูหรือรักษาได้ง่าย
  • เก็บให้ห่างไกลจากความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดจากไฟ น้ำท่วม ขโมย หรือแมลง
  • ใส่ในกล่องหรือแฟ้มที่มีคุณภาพและมีขนาดเหมาะสม
  • จัดเก็บไว้ให้ห่างจากการโดนแสงสว่างโดยตรง เนื่องจากกระดาษที่ได้รับแสงนานๆ จะมีสีซีดจางหรือเปลี่ยนไปจากเดิม กรอบเปราะ
  • ป้องกันจากฝุ่นละอองและอนุภาคแขวนลอยในอากาศ จะทำให้เกิดการขัดสีครูด ถู เป็นรอย หรือฝุ่นละอองที่มีเขม่าควันอยู่จะมียางเหนียวทำให้เกิดคราบเปื้อน ขจัดออกได้ยาก
  • ระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย วัสดุที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาควรเป็นวัสดุที่สะอาด เพราะสารเคมีอาจก่อให้เกิดคราบเปื้อน เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ เพราะเป็นกรดและหมึกพิมพ์จะทำให้เกิดคราบเปื้อน และระวังการฉีกขาด หรือยับย่น ในการขนย้าย

การถนอมรักษาอย่างง่ายๆ

  • อย่าพยายามซ่อมเอกสารที่เสียหาย เทปกาวจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากจะหดตัวและแยกออกกระดาษ เมื่อเวลาผ่านไป และทิ้งคราบสีเหลือง หรือน้ำตาล ซึ่งขจัดออกยาก
  • ใช้คลิปทองเหลือง (คลิปที่ทำด้วยโลหะอื่นจะทำให้เกิดสนิม) ในการรวมหรือจัดเก็บเอกสาร
  • ดึงเอกสารอย่างถนอมและด้วยความระมัดระวังจากคลิปหนีบกระดาษ ลวดเย็บกระดาษ เข็มกลัด เข็มหมุด เพื่อมิให้เอกสาร เกิดความเสียหาย

 

สาร สาส์น ใช้อย่างไรกันแน่

เห็นว่า มีการใช้คำว่า สาร และ สาส์น คลาดเคลื่อนกันอยู่  เช่น มีข้อความสื่อสารของผู้บริหารไปยังพนักงานในองค์กร  หรือการมีข่าวสารแจ้งไปยังผู้คนทั่วๆ ไป  แต่ใช้คำว่า “สาส์น” เพราะเข้าใจว่า น่าจะต้องเป็นคำว่า “สาร” มากกว่า  จึงต้องอาศัยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เป็นข้อมูลอ้างอิง ว่าควรใช้คำใดกันแน่ Continue reading