หนังสืออนุสรณ์งานศพ

จากหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง ทัวร์น้องโจ้ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศออสเตรเลีย เสด็จฯ ทอดพระเนตรหอสมุดแห่งชาติออสเตรเลีย ทรงบันทึก[1]ถึงหนังสือประเภทที่หอสมุดแห่งชาติออสเตรเลียสนใจมากที่สุด คือ หนังสือที่พิมพ์แจกในงานศพ เป็นหนังสือที่เผยแพร่ความรู้ที่ดีมาก เลยทำให้นึกถึง หนังสือประเภทอนุสรณ์งานศพ ขึ้นมา เพราะเป็นจริงดังที่หอสมุดแห่งชาติออสเตรเลียสนใจ เนื่องจาก เนื้อหาในหนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนใหญ่จะมีประวัติของผู้เสียชีวิต ซึ่งถ้าเป็นบุคคลสำคัญด้วยแล้ว แหล่งข้อมูลตรงนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ และโดยตรง เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดผู้เสียชีวิตเป็นผู้รวบรวม นอกจากจะมีชีวประวัติของผู้เสียชีวิตแล้ว ยังประกอบด้วย คำไว้อาลัย ของญาติพี่น้อง บุคคลสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต เนื้อหาอื่นๆ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต เช่น ผู้เสียชีวิตเป็นแพทย์ หรือโรคที่ทำให้เสียชีวิต ก็จะเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับโรคต่างๆ การดูแลสุขภาพ บางครั้ง เป็นเนื้อหาที่่เขียนขึ้นมาใหม่ หรือตัดตอนหรือคัดมาจากบทหนึ่งในหนังสือ แต่ที่เห็นมากมักจะเป็นเนื้อหาทางศาสนา[2] การปฏิบัติธรรม การดำเนินชีวิต ธรรมะในชีวิตประจำวัน และบางทีเนื้อหาบางอย่างนั้นก็มิได้ปรากฏอยู่ในการพิมพ์หนังสือทั่วไป จึงพบการรวบรวมหนังสืออนุสรณ์งานศพนี้จัดแยกเป็น Collection หนึ่งโดยเฉพาะในห้องสมุด และจะมีผู้สนใจรวบรวมหนังสือประเภทนี้ Continue reading

จัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้

เมื่อห้องสมุดมีหน้าที่ในการเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ห้องสมุดแต่ละประเภทสังกัดอยู่ แต่สุดท้ายเป้าหมายของการเก็บนั้น ก็เพื่อให้ทราบว่า มีอะไร มีจำนวนเท่าไร ข้อมูลที่จัดเก็บเป็นอย่างไร จะนำทรัพยากรที่จัดเก็บนั้นมาใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาค้นคว้า ต่อไปได้อย่างไร ทุกข้อคำถามเหล่านั้น เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร งานที่จะทำให้ตอบคำถามเหล่านั้นได้ ก็คงไม่พ้นการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ หรือเมทาดาทาของทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งถือว่าเป็นนางเอกของห้องสมุดเลยทีเดียว

น่าเสียดายในระยะหลังๆ งานที่เป็นนางเอกของห้องสมุดนี้ เริ่มจะขาดแคลนบุคลากรที่มีความเข้าใจในเนื้องาน บุคลากรใหม่ทางด้านห้องสมุด ถ้าให้เลือก มักจะไม่ขอปฏิบัติหน้าที่อยู่ในงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ เคยได้ยินเหตุผล ว่าเนื่องจากมีกฎเกณฑ์เยอะ จำไม่ไหว ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค แต่อย่างใด เพราะไม่ได้ต้องจำกฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานต่างๆ ที่ต้องใช้ในการลงรายการ เพียงแต่มีพื้นฐาน ซึ่งบรรณารักษ์ ทุกคนจะต้องผ่านหลักสูตรหรือวิชา การลงรายการทรัพยากรสารสนเทศ การวิเคราะห์หมวดหมู่ หรือชื่อในลักษณะทำนองนี้ กฎเกณฑ์อื่นๆ มีคู่มือให้ศึกษาหรือพิจารณาเพิ่มเติมได้ ยิ่งสมัยนี้เป็นในรูปแบบออนไลน์ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้น เพียงแต่ขอให้ใช้คู่มือฉบับภาษาอังกฤษ จะดีกว่า ไม่ใช่ว่าผู้ทำคู่มือภาษาไทยไม่ดี แต่ในบางส่วนถูกลดทอนลงไป เราอาจจะไม่พบในสิ่งที่คู่มือฉบับเต็มก็เป็นไปได้

สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องก็คือ เคยได้ยินว่า หลักสูตรในสาขาบรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ จะตัดรายวิชา การลงรายการ การวิเคราะห์หมวดหมู่ ออกไป ยิ่งรู้สึกเศร้าใจมากขึ้น อย่างไร ยังขอให้มีการเรียนการสอนต่อไป และขอให้เพิ่มแนวคิดในการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ไม่ต้องติดยึดว่า ต้องใช้คำว่า การลงรายการทางบรรณานุกรม เมทาดาทา แต่ขอให้ผู้สอนถ่ายทอดแก่นของการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ว่า หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการลงรายการอะไรก็ตาม ก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบข้อมูล ไม่ตกหล่น ค้นหาเจอ และตอบโจทย์ได้ คิดว่าน่าจะมีคำสำคัญของเนื้อหาวิชานี้ไม่เกิน 4 คำนี้ ดังนั้น ไม่ว่าจะสอนมาตรฐานใด ผู้เรียนก็ย่อมจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ ถ้ามีคำสำคัญ 4 คำนี้ในการปฏิบัติงาน

การจะจัดระเบียบข้อมูล ผู้จัดการข้อมูลก็คงจะต้องเข้าใจทรัพยากรสารสนเทศที่จะจัดเก็บเสียก่อน ว่าคุณลักษณะ คุณสมบัติของสารสนเทศที่จะจัดนั้นเป็นอย่างไร จะเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออธิบายสารสนเทศ จะออกแบบอย่างไร เพื่อให้เก็บข้อมูลได้ครบ สมบูรณ์ที่ควรจะเก็บ จะใช้คำอย่างไร เพื่อให้ค้นได้ ในส่วนคำค้น ก็ต้องมีการปรับการใช้คำ ทั้งนี้ คงต้องให้มองว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าเดิม จะทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการกำหนดคำ หรือจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะเอาศักยภาพของบรรณารักษ์ในการกำหนดคำมาเสริมให้การสืบค้นดียิ่งขึ้น และหลักสำคัญก็คือ ต้องให้หมั่นถึงคำว่า access point ให้มากเวลาลงรายการใดๆ และมองให้ถึงผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ส่วนหน้า เพราะโดยทั่วไป เรายังนึกถึงแต่ในมุมของคนทำงาน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง งานที่ทำกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการก็เลยจะสวนทางกัน