digital archive / preservation

นั่งอ่าน และคิดไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับการสงวนรักษา ก็เลยคิดคำ (สำคัญ) หรือ keyword ที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ได้หลายๆ คำ เช่น

  • Photo
  • Scan
  • Interview
  • Related web / Info
  • Awards
  • History
  • Sound clip
  • Front end/ facade (หน้าเว็บหรือบริการที่มีให้)
  • Multi-media
  • Multi-level material ใหญ่ เล็ก หยาบ ละเอียด เพื่อการ download หรือ ซื้อ/ขาย
  • Preview / digest of photo movie
  • Tour guide – physical / virtual / online / electronic
  • etc.

digital archive / preservation จะเป็น pillar สำคัญอันหนึ่งของมนุษยชาติ แล้วห้องสมุด หอจดหมายเหตุ ฯลฯ ก็คงต้องเป็นส่วนประกอบของเสาหลักนี้เหมือนกัน

การสงวนแบบดิจิทัล (ดิจิตอล) ดีและจำเป็น แต่ต้องทำในหลายมิติ (จากบรรดาคำต่างๆ ที่ให้ไป) เพื่อให้ครบสมบูรณ์ หรือใกล้เคียงสาระดั้งเดิม

การสงวนรักษาที่ดีต้องเอื้อต่อการดำรงอยู่และพัฒนาการของวัฒนธรรมด้วย คือ เมื่อเก็บครบแล้ว เจ้าของศาสตร์สามารถนำสาระนั้นไปพลิกแพลงต่อยอดแล้วเติมกลับมาได้

 

พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556

โดยที่เอกสารจดหมายเหตุเป็นข้อมูลที่แสดงและอธิบายถึงข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาที่เกิดขึ้นในอดีต การเก็บรักษาและอนุรักษ์เอกสารดังกล่าวไว้ให้มีสภาพสมบูรณ์หรือเกิดความชำรุดเสียหายน้อยที่สุดเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติจึงมีความสำคัญ สมควรกำหนดให้มีระบบการเก็บรักษา อนุรักษ์ และการคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษา การค้นคว้าหรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

รายละเอียดของพระราชบัญญัติ

รายการอ้างอิง:

พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556.  (2556, 13 มีนาคม) เล่ม 130 ตอนที่ 23 ก หน้า 1-7.  ค้นคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2557 จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/A/023/1.PDF

จดหมายเหตุ

ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องการดำเนินงานหอจดหมายเหตุ เลยขุดๆ หาข้อมูล เพื่อเสริมความรู้จากที่ตัวเองมีอยู่ แต่ก็ขอนำข้อมูลในด้านต่างๆ มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ (คงมีมาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ค่ะ)

การบริหารจัดการหอจดหมายเหตุ งานจดหมายเหตุ

กรมศิลปากร. (2542). วิชาการพื้นฐานการบริหารและจัดการงานจดหมายเหตุ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร

กรรณิกา ชีวภักดี. (2543). “หอจดหมายเหตุแหล่งข้อมูลราชการสู่สาธารณะ”. วารสารกรมประชาสัมพันธ์ 5,5 (มิ.ย.) : 29-30

จุฑาทิพย์ อังศุสิงห์. (2553). “การส่งมอบเอกสารประวัติศาสตร์ และการทำลายเอกสารราชการ”. ศิลปากร 53,2 (มี.ค.-เม.ย.) : 38-53

ชลทิชา สุทธินิรันดร์กุล. (2525). จดหมายเหตุ : การจัดและบริการ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดาวเรือง แนวทอง. (2544). “การจัดทำฐานข้อมูลเอกสารจดหมายเหตุด้วยโปรแกรมจัดเก็บเอกสารอัตโนมัติ ELIB (Electronic Library on Web)”.จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 5(มิ.ย.-พ.ค.) : 13-14

ดาวเรือง แนวทอง. (2549). “การบริหารและดำเนินงานจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทย”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการจดหมายเหตุและเอกสาร) มหาวิทยาลัยศิลปากร

ดาวเรือง แนวทอง. (2548). “แนวทางการจัดตั้งหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ 8 (มิ.ย. 2547-พ.ค. 2548) : 98-108

ดาวเรือง แนวทอง. (2545). “อาคารหอจดหมายเหตุ ในภูมิภาคเขตร้อน”. โดมทัศน์ 23,2(ก.ค.-ธ.ค.) : 54-66

ทรงสรรค์ นิลกำแหง. (2517). “การบริหารงานจดหมายเหตุในประเทศไทย” วิทยานิพนธ์ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นฤมล เจริญเผ่า. (2529). “หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย : แนวทางเพื่อการเริ่มต้น”. วารสารวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8, 2 (ต.ค.) : 38-44

นัยนา แย้มสาขา และพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ. (2555). “การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วย คณะทำงานเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและฟื้นฟูเอกสารจดหมายเหตุแห่งอาเซียน ครั้งที่ 2”. ศิลปากร 55,1(ม.ค.-ก.พ.) : 46-59

บุศยารัตน์ คู่เทียม. (2546). “สถาบันจดหมายเหตุ”. ศิลปากร 46,3 (พ.ค.-มิ.ย.) : 55-65

เบญจา รุ่งเรืองศิลป์. (2553). “งานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย”. วารสารห้องสมุด 54,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 39-50

ปถพีรดี. (2546). จดหมายเหตุแห่งชาติ

ประสิทธิ์ รัตนพันธ์. (2545). “จดหมายเหตุ”. วารสารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ 1,1 (ม.ค.-มิ.ย.) : 41-45 Continue reading

การเก็บบันทึกถาวร

การเก็บรักษา หรือการสงวนรักษา (preservation) ของสิ่งพิมพ์หรือเนื้อหาสาระในลักษณะที่เป็นการถาวรหรือยู่ในรูปของบันทึกถาวร (archive) ขึ้น อยู่กับสื่อที่ใช้ในการแพร่กระจายเนื้อหาของสิ่งพิมพ์ นับแต่อดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจะใช้กระดาษที่ผ่านกรรมวิธีขจัดปริมาณ ของกรด เพื่อให้กระดาษไม่ย่อยสลายตัวเอง ทำให้มีอายุทนนาน เหมาะสมต่อการเก็บในลักษณะที่ถาวร ประกอบกับไม่มีปัญหาในเรื่องสิทธิ์การใช้งาน ทำให้องค์กรอิสระอย่างห้องสมุด และร้านจำหน่ายหนังสือ สามารถเป็นเจ้าของตัวเล่มของสื่อที่เป็นกระดาษได้ และทำให้สามารถจัดเก็บสาระต่างๆ ในระยะยาวไว้ในห้องสมุดต่างๆ ได้ แต่เทคโนโลยีของเครือข่ายที่พัฒนาแพร่หลายไปมากในปลายศตวรรษที่ 20 ทำ ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทอย่างสูง ในการเป็นสื่อกลางในการผลิต การเก็บ และการแพร่กระจายของเนื้อหาสาระที่พัฒนามาอยู่ในรูปของดิจิทัล ซี่งมีผลให้ผู้ประพันธ์หรือเจ้าของสาระ สามารถจัดการแจกจ่ายเนื้อหาของตนไปยังผู้อ่าน ผู้ใช้ได้โดยตรงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการข้ามขั้นตอนของผู้พิมพ์ ผู้จำหน่าย ร้านขายและห้องสมุดไปโดยสิ้นเชิง การเก็บรักษาเอกสารจึงตกเป็นหน้าที่ของแหล่งกำเนิดข้อมูล ซึ่งไม่ได้ทำกิจการด้านการเก็บรักษาถาวร อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการเลิกกิจการ หรือมีแต่นโยบายการให้บริการข้อมูลในระยะสั้น โดยมิได้มีศักยภาพในการเก็บรักษาข้อมูลจำนวนมากในระยะยาว ดังนั้น สถาบันอิสระอย่างเช่น ห้องสมุด จึงต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาสิ่งตีพิมพ์หรือข้อมูลเหล่านี้ในสภาพที่เป็น ประโยชน์ในระยะยาว แต่การเก็บเอกสารต่างๆ ในระบบดิจิทัล ทำให้แนวคิดของการเก็บและบำรุงรักษาเปลี่ยนไป เนื้อหาฉบับเต็มของการเก็บบันทึกถาวร